Topic : การอบรม Target Breast Ultrasound ราชบุรี 21 พ.ค.2558

ที่มาของการอบรม

  1. ประเทศไทยมีเครื่อง Mammogram ทั้งประเทศประมาณ 200 เครื่อง และสามารถตรวจได้ประมาณ 200,000 รายต่อปี ถ้าจะให้หญิงอายุ 30-70 ปีที่มีประมาณ 16 ล้านคนได้ทำ Screening mammogram ทุกราย ต้องใช้เวลา 80 ปีถึงจะตรวจได้หมดทุกคน
  2. การคัดกรองมะเร็งเต้านมในประเทศไทยที่มีเครื่อง Mammogram น้อยไม่สามารถใช้ mammogram เพื่อการคัดกรองได้ จึงเริ่มจาก การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Exam หรือ BSE) การตรวจโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (Clinical Breast Exam หรือ CBE)
  3. เมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันการตรวจพบก้อนที่เต้านมจริง โดยปกติ จะนัดให้ไปทำ Mammogram ซึ่งมักใช้เวลานาน 1-6 เดือน ส่งผลให้การรักษาล่าช้าถ้าเป็นมะเร็ง และสร้างความกังวลแก่หญิงที่พบก้อนในช่วงเวลารอคอย
  4. โครงการสืบสานพระราชปณิธาณ สมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม จึงมีแนวคิดที่จะนำ Ultrasound ให้แพทย์หรือบุคลากรการแพทย์ที่ไม่ใช่รังสีแพทย์มาตรวจลักษณะของก้อนเต้านมที่พบจากการตรวจเต้านม (Target breast Ultrasound) เพื่อที่จะคัดกรองก้อนที่สงสัยมะเร็ง (ลักษณะก้อนที่เป็นก้อน และขอบไม่เรียบ) เพื่อส่ง Mammogram ผ่านช่องทางด่วน (Fast track Mammogram)
  5. เหตุผลของการที่จะทำ Target Breast Ultrasound มาใช้ เนื่องจาก Evidence base ดังนี้ (ข้อมูลจากศูนย์ถันยรักษ์)
    1. มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มาพบแพทย์ด้วยเรื่องก้อนที่เต้านม และมากกว่าครึ้งที่พบก้อนที่เต้านมด้วยตนเอง
    2. การทำ Screening Ultrasound ในช่วงอายุเสี่ยง พบมะเร็งเต้านม 6 รายต่อ 1000 ส่วนการทำ Diagnostic Mammogram พบมะเร็งเต้านม 35 ต่อ 1000 หรือ การทำ Diagnostic Mammogram มีโอกาสพบมากกว่า Screening 6 เท่าตัว
    3. ลักษณะเต้านมของหญิงไทยเมื่อตรวจด้วย Mammogram ร้อยละ 73 เป็น Dense breast (Heterogeneus dense & Extreme Dense breast) ทำให้มีโอกาสวินิจฉัยก้อนขนาดเล็กได้ ซึ่งต่างกับเต้านมของหญิงตะวันตกซึ่งส่วนใหญ่เป็น Fat ที่ไม่ Dense
    4. ในหญิงไทย การตรวจด้วย Mammogram อย่างเดียว มีโอกาสที่จะไม่พบ Early cancer ถึงร้อยละ 20 จึงจำเป็นต้องทำ Mammogram ควบคู่กับ Ultrasound
    5. ถ้าใช้ Ultrasound อย่างเดียว มีโอกาสพบ Ealry Breast Cancer อย่างน้อยร้อยละ 70 (เนื่องจากวินิจฉัยพวก Micro calcification หรือ DCIS ได้ยากจาก Ultrasound)
    6. เครื่อง Ultrasound นั้นเป็นเครื่องมือแพทย์ที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่มี และมีถึงระดับโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งต่างจาก Mammogram ที่มีไม่กี่โรงพยาบาล และบาง รพศ/รพท. ก็ยังไมมี
    7. การทำ Breast Ultrasound มี 2 แบบ คือ
      1. Target Breast Ultrasound คือ ตรวจพบก้อน ก็ทำ Ultrasound เฉพาะตำแหน่งที่พบก้อน (ไม่ต้องดูทั้งเต้านม) เพื่อดูลักษณะของก้อน ว่าเป็น Cyst หรือเป็นก้อน และในกรณีที่เป็นก้อน ขอบของก้อนเป็นอย่างไร เรียบ หรือ ไม่เรียบ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรม น่าจะทำได้
      2. Whole breast Ultrasound คือการตรวจ Ultrasound ที่เต้านมอย่างละเอียด ทั้ง 2 ข้าง รวมถึงที่รักแร้ การตรวจประเภทนี้ จำเป็นต้องใช้รังสีแพทย์
  6. จากหลักการและเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น จึงมีแนวคิดที่ศูนย์ถันยรักษ์ ได้สนับสนุนเครื่อง Portable Ultrasound ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ถึง 6 เครื่อง และ 2 ใน 6 เครื่องอยู่ในเขตสุขภาพที่ 5 คือ จังหวัด ราชบุรี และสมุทรสงคราม และมีการอบรมให้แพทย์ / พยาบาล/นักรังสีการแพทย์ สามารถใช้เครื่อง Ultrasound ในการทำ Target Breast Ultrasound เพื่อที่คัดกรอง ก้อนที่สงสัยมะเร็งเต้านมเพื่อเข้าสูช่องทางด้วนของการทำ Mammogram (Fast Track Mammogram) 

เนื้อหาการอบรม

  1. ช่วงเช้า
    1. ตวามสำคัญของมะเร็งเต้านม การคัดกรองมะเร็งมะเร็งเต้านม และบทบาทของมูลนิธิถันยรักษ์ในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขเพื่อต้านภัยมะเร็งเต้านม
    2. การใช้เครื่อง Ultrasound ในการตรวจเต้านมโดยใช้หุ้น (phantom)
  2. ช่วงบ่าย
    1. การทำ Breast Ultrasound กับผู้ป่วยจริง
    2. ระบบ Fast Track Mammogram ของจังหวัดราชบุรี
  3. Link ดูกิจกรรมของวันอบรม

สรุป Conceptual Frame work ของ Fast Tract Breast Cancer (FBC) ของจังหวัดราชบุรี

  1. การคัดกรองก่อนจะทำ Target Breast Ultrasound ได้แก่
    1. การรณรงค์เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเองแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) อย่างสม่ำเสมอ
    2. หญิงที่ตรวจเต้านมพบก้อนผิดปกติหรือสงสัยผิดปกติ ไปที่ รพ.สต. เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจเต้านม (Clinical Breast Exam หรือ CBE)
    3. ในกรณีที่ CBE แล้วพบผิดปกติ นัดไปทำ Target Breast Ultrasound  ที่ รพช.
  2. การทำ Target Breat Ultrasound
    1. รพช.ที่มีเครื่อง Ultrasound ที่มีหัวตรวจ (Probe) ที่มีความถี่สูงกว่า 5 Mega Hertz หรือ Vagina Probe สามารถใช้ ultrasound ของ รพ.ได้ ส่วน รพ.ที่ไม่มี หัวตรวจที่มีความถี่มากกว่า 5 Mega Hertz ให้ทำเรื่องขอยืม รพ.วัดเพลง สำหรับจังหวัดราชบุรี หรือ รพ.นภาลัย สำหรับ จังหวัดสมุทรสงคราม ตามแผนของจังหวัดที่ได้กำหนดร่วมกัน
    2. ทีมของ รพ.ได้แก่ แพทย์/พยาบาล/เจ้าหน้าที่ รังสีทำการตรวจเต้านมด้วย Ultrasound โดยตรวจเฉพาะเจาะจงที่ตัวก้อนที่คลำได้ หรือ Target Breast Ultrasoud และจัดแบ่งประเภทก้อนที่เต้านมที่ตรวจพบ เป็นดังนี้
      1. เป็น Cyst หรือ เป็นก้อน (Mass) -->นัดติดตามทุก 6 เดือน ถึง 2 ปี (อยู่ในกลุ่ม Category 2)
      2. ในกรณีที่เป็นก้อน (Mass) ขอบของก้อน
        1. เรียบ -->นัดติดตามทุก 6 เดือน ถีง 2 ปี (อยู่ในกลุ่ม Category 2)
        2. ไม่เรียบ -->ให้ส่งต่อเพื่อเข้าสู่ Fast Track Mammogram (อยู่ในกลุ่ม Category 3)
  3. ในกรณีที่เข้า Criteria เข้า Fast Track Mammogram ให้ รพช.ทำการ โทรนัดที่แผนก X ray ของ รพ.ราชบุรี โดยต้องมีเอกสาร 2 อย่างเพื่อเป็นการยืนยัน ว่าเป็น Fast Track จริง ดังนี้
    1. แบบบันทึกตามแบบฟอร์มการทำ Target Breast Ultrasound
    2. ใบส่งต่อ
  4. รพ.ราชบุรี เมื่อทำการตรวจสอบ ในกรณีที่เข้าเกณฑ์ Fast Track จริง จะนัด Mammogram + Ultrasound ภายใน 1 อาทิตย์ จากนั้นจะส่งผลกลับไปยัง รพ.ที่ส่งต่อมา โดยให้ดูผลตรวจของรังสีแพทย์ ดังนี้
    1. ถ้าผลอ่านเป็น Cat 3 (มีโอกาสเป็นมะเร็งประมาณ 2%)  แผนการรักษาคือจะทำการ follow up ด้วย Mammogram + US ทุก 6 เดือน ทุก 2 ปี ถ้าลักษณะหรือขนาดของก้อนไม่เปลี่ยนแปลง หรือโตขึ้นไม่เกิน 20 % ถือว่าก้อนเป็น Benign ให้ลดระดับจาก Cat 3 เป็น Cat 2 และทำการติดตามทุกปั
    2. ถ้าผลอ่านเป็น Cat 4, 5 ให้เขียนใบส่งต่อ เพื่อให้ทำการวินิจฉัยโดยตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ Core Needle Biopsy ต่อไป
  5. เมื่อทำ Core needle Biopsy (CNB) แล้วเป็นมะเร็งเต้านม ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัด ภายใน 1 อาทิตย์ภายหลังทราบผล เพื่อป้องกันการ Seeding ของมะเร็งภายหลังการทำ CNB

Power Point ของวันที่อบรม

  1. Breast Cancer ศูนย์ถันยรักษ์
  2. Breas Ultrasound ศูนย์ถันรักษ์