Topic: ประชุมโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม 7 ธ.ค.61 รร.มิราเคิล ** กลับหน้าเดิม

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมต.สาธารณสุข

  1. WHO กังวล NCD มากกว่า CD  และเป็นสาเหตุการตายประมาณ 70%  silence killer 5 อันดับได้แก่  DM,HT,CVD,CHD,Cancer  ซึ่งกสธ.ร่วมกับเครือข่ายได้จัดการทั้ง 5 โรคดังกล่าว เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษาฟื้นฟู และมุ่งพัฒนา PCC เพื่อรองรับและคุ้มครองผู้บริโภค และการส่งต่อ
  2. มะเร็งนั้นเป็นสาเหตุ แต่สาเหตุของการเป็นมะเร็งบางที่ก็หาสาเหตุไม่ได้  ยกเว้นมะเร็งบางชนิด เช่นมะเร็งปากมดลูก เกิดจากเชื้อ HPV หรือมะเร็งตับที่เกิดจาก Hepatis virus หรือ หรือมะเร็งตับเกิดจาก พยาธิใบไม้ในตับ  แต่มะเร็งเต้านมนั้น สาเหตุไม่แน่นอน เกิดจากกรรมพันธุ์ไม่ถึง 10% การลดอัตราการตายคือ early detection  ด้วยการคัดกรองด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ และพัฒนา Breast Health Liteacy ให้กับประชาชน นั้น  กลไกที่จำเป็นที่ควรพัฒนาได้แก่
    1. การสาธารณสุขมูลฐาน โดยเฉพาะ อสม. เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นกลไกที่จะสามารถทำให้เกิดความครอบคลุมของระบบสาธารณสุข ไปถึงระดับครัวเรือน จนถึงระบบบุคคลได้
    2. การพัฒนา digital ในการสร้าง health literacy ให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล เข้าใจ และสามารถใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ร.ศ. จิรายุ  อิศรางกูร ณ.อยุธยา

พระราชปณิธานสมเด็จย่ากับการดำเนินงาน ของมูลนิธิถันยรักษ์
  1. สมเด็จย่า ทรงคำนึงถึงสตรี โดยเฉพาะสตรีที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่จะเผชิญกับภัยมะเร็งเต้านม 
    1. โลกได้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งขยายเวลาให้ทำต่อเนื่องไปอีก 15 ปี  โดยเป้าหมายที่ 3 คือ good health and well being
    2. ยุทธศาตร์ชาติ 20 ปี มิติที่ 4 คือ การสร้างโอกาสและความเสมอภาค และลดความเหลือมล้ำ  การพึ่งตนเอง และกากรจัดการจนเองเพื่อสังคมคุณภาพ   สตรีที่อยู่ห่างไกล ถึงจะสามารถเข้าถึงบริการ และได้รับบริการที่ได้มาตรฐาน   
  2. โครงการนี้ ได้นำแนวทางให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง  ใช้กลไกสาธารณสุขมูลฐาน คือใช้ อสม.และ รพ.สต เป็นฐานในการบริการ และส่งต่อในรายที่ผิดปกติ รวมถึงการใช้ appropiate techonology คือ สมุดบันทึกการตรวจเต้านมด้วยตนเอง  การที่ รมต.ได้มาฟังการสรุปผลการประเมินโครงการ โดยใช้ appropiate technology & กลไกของ สาธารณสุขมูลฐาน ในการทำให้เกิด Early Detection ซึ่งผลของ Early Detection สามารถลดการตายได้อย่างมีนัยสำคัญ  โดยพื้นที่ดำเนินการนั้นรวมถึงพื้นที่ห่างไกลด้วย ซึ่งได้บูรณาการภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ กสธ. มูลนิธิถันยรักษ์  มูลนิธิ พอ.สว.

 

นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ประธานคณะทำงานโครงการสืบสาน

  1. โครงการสืบสานฯ ดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยดำเนินการใน 21 จังหวัด หญิง 30-70 ปีที่เข้าร่วมโครงการฯจำนวน 1.9 ล้านคน ติดตาม 5 ปี พบมะเร็งเต้านม 2956 ราย คิดเป็นอุบัติการณื 31 ต่อแสนประชาชากร ตรวจเต้านมสม่ำเสมอ ประมาณร้อยละ 70  พบมะเร็งขนาดก้อนไม่เกิน 2 ซม.ร้อยละ 48 เป็นมะเร็งระยะแรก ร้อยละ 68 
  2. การตรวจเต้านมด้นเองมีประโยชน์จากการศึกษา พบว่า กลุ่มตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ พบก้อนขนาดเล็ก และพบมะเร็งระยะแรก เป็น  เท่า ตามลำดับ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  เมื่อหาอัตราการป่วยตายและอัตราการรอดชีวิต พบกลุ่มที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองสม่ำเสมอ มีอัตรการรอดชีวิตที่สูงกว่า และอัตราการป่วยตายน้อยกว่ากลุ่มที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองไม่สม่ำเสมอ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
  3. สรุป การคัดกรองมะเร็งเต้านม จึงควรเริ่มจากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ทุกเดือน ถ้าพบการเปลี่ยนแปลงของเต้านมจากที่เคยตรวจให้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อทำ CBE (Clinical Breast Exam) ถ้า CBE แล้วผิดปกติ ถึงไปทำ Mammogram และ Ultrasound   ปัจจัยสู่ความสำเร็จต้องใช้การสาธารณสุขมูลฐาน คือ ใช้ อสม.และ รพ.สต.เป็นฐานในการดำเนินการ และใช้สมุดบันทึกการตรวจเต้านมตนเอง เป็นเครื่องมือ เพื่อให้ความรู้ บันทึกผลการตรวจ อีกทั้งเป็นหลักฐานเพื่อยืนยัยการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดี กรมอนามัย

  1. ทั่วโลกมะเร็งรายใหม่ 336 ราย ตาย 215 รายต่อวัน  มะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทย คือ มะเร็งเต้านม ,
  2. Ottawa charter 1. public policy 2.Supportive Env 3.Strengthend Community aciton,4.Develop Personal Skill,5.Re oriented Health service  และ Bangkok charter
  3. กลยุทธ์การสร้าง HL  การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ  เข้าใจข้อมูล และใช้ข้อมูลไปเสริมพลังอำนาจ เพื่อให้สามารถ apply healthy choice ได้ ใช้กลไก เช่น ICT เพื่อให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้ และการวัด/วิเคราะห์ และประเมิน HL
  4. Health liteacy & BSE   โดยมี อสม.และ จนท.สธ.เป็น Coacher.
  5. ใช้ BSE Hand book  และไป interactive กับเจ้าหน้าที่ และจะพัฒนาไปเป็น application เพื่อให้สามรถ Interactive กับ admin หรือกับ member ใน social media เพื่อให้สามารถที่จะ BSE ได้อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ มากขึ้น อะไรคือ key ที่จะทำให้เกิดการ BSE อย่างสม่ำเสมอ  เพราะ Regular BSE ส่งผลให้ 1.Early Detection 2.เพิ่ม Survival rate
  6. ไม่ต้องใช้ KPI แต่หวังผลลัพธ์จากดำเนินการที่ทำให้หญิงไทยห่างไกลภัยจากมะเร็งเต้านม

นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

  1. เปลี่ยนจาก อสม.เชี่ยวชาญที่เน้นความชำนาญเฉพาะเรื่อง  มาเป็น นักจัดการสุขภาพที่เน้นกระบวนการ ที่ไม่เน้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งแบบแยกส่วน แต่เป็นนักจัดการสุขภาพ เพื่อให้สามารถจัดการสุขภาพโดยรวมไม่เน้นแต่ละโรค
  2. อสม.เป็นผู้หญิง 7 แสนคน ชาย 3 แสนคน เป็นเกษตรกร ประมาณ 6 แสนคน  มี Smart phone 9 แสนคน อีก 1 แสน ใช้โทรศัพท์ธรรมดา  และ 5 หมื่นคน ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถรับ internet ได้   แต่เข้า Smart อสม.เพียง 3 หมื่นคนจาก 9 แสน คน  ได้วิเคราะห์สาเหตุ คือเข้ามากลัวถูกสั่งงาน  พวกที่เข้ามาคือ ผู้บริหารได้แก่  ซึ่งกรมสนับสนุนฯกำลังหาวิธีการเพื่อให้สามารถเข่าถีง อสม.ได้มากขึ้น  เพื่อที่จะสามารถสื่อสารได้ ผ่าน line ทำให้สามารถถ่ายข้อมูลระดับพื้นที่ไปสู่ อสม.ได้
  3. การกำหนด KPI หรือ Objective  ทำให้ไม่ทราบว่าจะทำอะไร กรมสนับสนุนจะเปลี่ยนมาเป็นการกำหนดเป้าหมายที่วัดได้ เช่น 1 อสม. 1 เต้าที่ผิดปกติ เป็นต้น เพื่อให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งจะปรึกษาหารือนักวิชาการที่ทราบข้อมูลดี เพื่อนำไปสู่การกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมต่อไป

นพ.ธรรมนิตย์ อังศุสิงห์ เลขามูลนิธีถันยรักษ์

 

  1. สมเด็จย่าทรงมอบทุน 13 ล้านบาท เพื่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ และให้ศูนย์ถันรักษ์ ใช้เทคโลยีที่ทันสมัยที่สุดในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม และ ให้การดูแลผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะมากดี มีจน
  2. ศูนย์ถันยรักษ์ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมดำเนินโครงการ สืบสานพระราชปณิธารสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม  โดยเน้นบทบาททางวิชาการ ได้แก่ การฝึกอบรม การสนับสนุนสมุดบันทึกการตรวจเต้านมตนเอง และหุ่นเต้านม
  3. อุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านม จะเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาประเทศ การลดอุบัติการณ์เป็นเรื่องที่ยาก จึงมาเน้นหนักในการลดการตาย โดยจะลดการตายได้นั้นต้องทำใน 3 เรื่องหลักคือ 1.ให้ความรู้และสร้างความตระยัก 2.ค้นหามะเร็งให้พบในระยะแรก 3.รักษาให้ดี

นพ.สมชาย เชื้อเพชระโสภณ ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิ พอสว.

 

  1. เตรียมงบประมาณสำหรับคนไข้มะเร็งเต้านม 8 ล้านบาท  โดยคนไข้มะเร็งที่ไปรับการตรวจในหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอสว. ที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งเต้ายม จะรับไว้ป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์  ซึ่งจะจ่ายจากส่วนเกินที่สิทธิ์เดิมไม่ครอบคลุม รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พัก  รวมทั้งสิทธิอื่น เช่น ขรก. ประกันสังคม  รวมที่ไม่ได้เป็นคนไทย แต่อยู่ในแผ่นดินไทย
  2. มูลนิธิ พอสว. จะรับเป็นตัวกลางในการส่งสมุดตรวจเต้านมด้วยตนเอง Model เพื่อฝึกการตรวจเต้านม (จังหวัดละ 1 ชุด ) และ sticker เพื่อประชาสัมพันธ์
  3. จนกระทั่งถึ่งวันนี้ 7 ธ.ค. 61 ยังไม่มีตนไข้ที่เป็นมะเร็งเต้านมเบิกค่ารักษาจาก พอสว. จึงประชาสัมพันธ์ให้จังหวัดต่างๆ ถ้ามี case ให้สามารถเบิกค่ารักษาจาก พอสว.ได้

เอกสารอ้างอิง

  1. การประชุมใหญ่ประจำปี โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม 6-7 ธ.ค 2561
  2. คู่มือการตรวจ Tatgeted Ultrasound ศูนย์ถันยรักษ์
  3. ระบบข้อมูลโครงการสืบสานฯ Phase II (พ.ศ.2561-2565) นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
  4. Effect of provincial campaign in Breast Health Awareness for ealry breast Cancer Detection นพ.ชลทิศ อุไรฤษ์กุล นำเสนอในที่ประชุม National Cancer Conferene 13 Dec 2018 Miracle Hotel
  5. Full paper Effect of provincial campaign in Breast Health Awareness for ealry breast Cancer Detection นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล