Enviromental Health Conference
Topic : การบูรณาการงานร่วมกันระหว่าง กรมอนามัย และกรมควบคุมมลพิษ
แผนพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ ฉบับที่ 2 เป็นแผนบูรณาการหน่วยราชการต่างๆที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่เอื่อต่อการมีสุขภาพดี ซึ่งรูปธรรมของการบูรณาการ คือการที่หน่วยงานระดับเขตของทั้ง 2 กรมได้แก่ ศูนย์สิ่งแวดล้อมภาค (สสภ) ซึ่งเดิมสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง แต่ต่อมาสังกัดกรมควบคุมมลพิษ และศูนย์อนามัย สังกัดกรมอนามัย จัดทำแผนร่วมกัน และประชุมร่วมกัน เพื่อผลักดันงานในระดับภาค โดยในภาคกลาง จะประกอบด้วยศูนย์อนามัย ที่ 1 (กทม) ศูนย์อนามัยที 2 (สระบุรี) ศูนย์อนามัยที่ 3 (ชลบุรี) และศูนย์อนามัยที่ 4 (ราชบุรี) ส่วนสำนักสิ่งแวดล้อมภาค ได้แก่ ภาค 5 (นครปฐม) ภาค 6 (นนทบุรี) ภาค 7 (สระบุรี) ภาค 8 (ราชบุรี) และภาค 13 (ชลบุรี)
 สำหรับในปี 2557 นั้นมีแผนงาน/โครงการ ที่ ศูนย์อนามัย 1,2,3,4 ซึ่งจะทำร่วมกับ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 5,6,7,8,13 ได้แก่
  1. เมืองไทยสะอาด สวยใส ไร้มลพิษ  เน้นเรื่องขยะและขยะติดเชื้อ
  2. เฝ้าระวังคุณภาพเพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย

ประเด็นเรื่องมูลฝอยติดเชื้อ
  1. ต้นทางหรือแหล่งผลิตมูลฝอยติดเชื่อ อยู่ที่ รพ. / รพ.สต/คลินิก  กิจกรรมพัฒนาที่จะดำเนินการร่วมกันได้แก่
    1. สำรวจปริมาณมูลฝอยติดเชื้อ
    2. กระบวนการในการบริหารจัดการหรือ การดำเนินงานเป็นอย่างไร
    3. ถ้า Final Disposal เอง ประสิทธิภาพของเตาเผา และระบบการเผาเป็นอย่างไร
  2. การ Transfer จาก ต้นทาง ไปยัง ปลายทาง กลไกที่จะใช้
    1. Manifest ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ แบบฟอร์มการบันทึก การบันทึกที่ถูกต้อง การกำกับติดตาม
  3. Final Disposal ภาคกลางมี 4,5 บริษัท และทั้งประเทศมีไม่กี่แห่ง  กลไกในการควบคุม
    1. การอนุญาต
    2. การประเมิน   คพ.เป็นผู้ประเมิน
    3. การฟ้องสังคม กรณีที่บริษัททำไม่ถูกต้องมาตรฐาน

กิจกรรมที่จะดำเนินการ
  1. การพัฒนาระบบฐานข้อมูล (Production , Transfer ,disposal & lost rate, Final Disposal เองหรือไม่)
  2. ระบบการจัดการขยะติดเชื้อของ รพ.
    1. การแยกขยะ เพื่อลด Production
    2. การ identify แหล่งที่มาชัดเจน รวมถึงการฝากกำจัด
  3. Final disposal Efficiency ของ รพ.
  4. Manifest System มีแต่แบบฟอร์ม แต่ไม่มีระบบควบคุมกำกับ
  5. กลไกในการดำเนินการของ คณะกรรมการ และของการตรวจราชการของ กสธ.ถือเป็นกลไกหลักในการกำกับ
  6. Final Disposal ของบริษัทเอกชน ประสิทธิภาพ /capacity .หรือ Supply จะสามารถรองรับ Demand ได้หรือไม่

สรุปผลการประชุม วันที่ 18 มิ.ย.57
  1. การพัฒนาระบบข้อมูล โดยจะเปลี่ยนจากระบบ stand alone มาเป็นแบบ Web base ที่จะสามารถเชื่อมโยงและ shared ข้อมูลร่วมกันได้ อีกทั้งสะดวกต่อการเผยแพร่ไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องระดับต่างๆ โดยข้อมูลที่จะนำขึ้น Web ในเบื้องต้น ได้แก่ ข้อมูลขยะติดเชื้อของสถานบริการต่างๆ และข้อมูลของแหล่งน้ำผิวดิน และระบบประปาที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำผิวดิน เพื่อที่จะประสานข้อมูล เพื่อให้ผลตรวจน้ำผิวดินของ สสภ.สามารถให้กรมอนามัยไปใช้ประโยชน์ในเรื่องน้ำบริโภค
  2. การนำร่องพัฒนาระบบ Manifest โดยจะใช้ Web base โดย รพ.ที่แหล่งกำเนิดขยะติดเชื้อ เมื่อจะส่งขยะให้เอกชน ให้ทำการบันทึกปริมาณขยะติดเชื้อที่ส่ง และเลขทะเบียนรถของบริษัทรับขนผ่านทาง Web site จะทำให้ทราบปริมาณขยะที่ต้นทาง และเมื่อรถขนส่งขนขยะไปที่ปลายทางเพื่อกำจัดในขั้นสุดท้าย (Final Disposal) ให้บริษัทรับกำจัดบันทึกข้อมูล น้ำหนักขยะและเลขทะเบียนรถ ผ่าน Web ทำให้ทราบน้ำหนักของขยะปลายทาง นอกจากจะสามารถที่เช็คน้ำหนักขยะต้นทางและปลายทางได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบว่ารถขนขยะ ได้ขนไปที่ปลายทางหรือขนไปทิ้งที่อื่น นอกจากนี้ ยังสามาถนำข้อมูลของน้ำหนักที่ส่งกำจัด มาใช้ในการคำนวณปริมาณการผลิตขยะต่อเตียงของ รพ.ได้อีกด้วย โดยไม่ต้องบันทึกซ้ำ
 
คณะกรรมการบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม ภาคกลาง ระหว่างกรมอนามัย และกรมควบคุมมลพิษ
Copyright © 2014 Department of Health : Department of Pollution Control