Care Giver Care Manager
 
Untitled Document
Topic : International Classification of Functioning Disabilities and Health (ICF) กลับหน้าเดิม
  1. ความหมาย ของ ICF
  2. ความแตกต่างกับ ICD กับ ICF
  3. การแบ่งประเภทของความพิการ
    1. ความพิการทางการเห็น
    2. ความพิการทางการได้ยินและสื่อความหมาย
      1. ความพิการทางการได้ยิน
      2. ความพิการทางการสื่อความหมาย
    3. ความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย
      1. ความพิการทางการเคลื่อนไหว
      2. ความพิการทางร่างกาย
    4. ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรมหรือออทิสติก
      1. ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม
      2. ออทิสติก
    5. ความพิการทางสติปัญญา
    6. ความพิการทางการเรียนรู้
  4. เอกสารอ้างอิง

ความหมายของ ICF
ในปัจจุบันสถานพยาบาลต่างๆ บันทึกการวินิจฉัยโรคด้วยรหัส ICD (The International Statistical Classification of Diseases and Related Health Problems) ซึ่งแสดงให้เห็นสถานะของความเจ็บป่วยเท่านั้น ในปี พ.ศ. 2543 องค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรองรหัส ICF (The International Classification of Functioning, Disability and Health) เพื่อใช้เป็นภาษามาตรฐานสำหรับการสื่อสารข้อมูลด้านสถานะสุขภาพ ระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านสาธารณสุขและสังคม รวมทั้งสามารถใช้เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างประเทศได้ ดังนั้นการบันทึกข้อมูล ด้วยรหัส ICF ร่วมกับรหัส ICD จะสามารถแสดงภาพรวมของสถานะสุขภาพของประชากรได้เป็นอย่างดีICF ประกอบด้วยกลุ่มรหัสข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่
  1. รหัสการทำงานของร่างกายและความพิการ แบ่งออกเป็น การทำงานหรือโครงสร้างของร่างกาย (Body functions/ structures) การทำกิจกรรมและการมีส่วนร่วม (Activities and participation)
  2. รหัสปัจจัยแวดล้อม (Contextual factors) ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของร่างกายและความพิการ แบ่งออกเป็น ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental factors) และปัจจัยส่วนบุคคล (Personal factors)
ทั้งหมดนี้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ก่อให้เกิดสภาวะสุขภาพของบุคคล ดังแผนภูมิข้างล่างนี้
ความพิการที่เกิดขึ้นในระดับของการทำงานหรือโครงสร้างของร่างกาย เรียกว่า ความบกพร่อง (Impairments) ถ้าเกิดขึ้นในภาพรวม ของการทำกิจกรรมต่างๆ เรียกว่า ข้อจำกัดในการทำกิจกรรม (Activity limitations) และถ้าเกิดขึ้นในระดับบทบาทของบุคคลนั้นในสังคม เรียกว่า อุปสรรคในการมีส่วนร่วม (Participation restrictions) ในแต่ละกลุ่มรหัสสามารถแสดงระดับความบกพร่อง หรือระดับความสามารถในการทำกิจกรรมหรือการมีส่วนร่วม ที่เรียกว่า "ตัวบ่งคุณลักษณะ" โดยบันทึกเป็นตัวเลขด้านหลังรหัส แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่

.0 หมายถึง ไม่มีความบกพร่องหรือความยากลำบาก (NO: 0 – 4 %)
.1 หมายถึง มีความบกพร่องหรือความยากลำบาก เล็กน้อย (MILD: 5 – 24 %)
.2 หมายถึง มีความบกพร่องหรือความยากลำบาก ปานกลาง (MODERATE: 25 – 49 %)
.3 หมายถึง มีความบกพร่องหรือความยากลำบาก รุนแรง (SEVERE: 50 – 95 %)
.4 หมายถึง มีความบกพร่องหรือความยากลำบาก ที่สุดหรือทั้งหมด (COMPLETE: 96 – 100 %)
.8 Non Specified
.9 Not Applicable

หมายเหตุ
  1. ในกรณีที่ไม่ระบุรายละเอียดของความบกพร่องหรือความยากลำบาก (Not specified) ให้บันทึกตัวบ่งคุณลักษณะเป็น .8
  2. ในกรณีที่เห็นว่ากลุ่มรหัสนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายนี้(Not applicable) ให้บันทึกตัวบ่งคุณลักษณะเป็น .9
  3. ตัวอย่าง กิจกรรมการเดิน ใช้รหัส d450 ถ้าหากผู้ป่วยเดินได้เองบ้าง แต่ต้องมีผู้ช่วยเหลือออกแรงช่วยเป็นส่วนใหญ่ ถือว่ามีปัญหารุนแรง จะเติมตัวบ่งคุณลักษณะด้วยเลข .3 เป็น d450.3

ความแตกต่างระหว่าง ICF และ ICD
  1. ICD เป็นการจำแนกโรคในรูปของกลุ่มอาการและอาการ เป็นหลัก ส่วนความบกพร่องของการทำงานหรือสภาพร่างกายเป็นแค่องค์ประกอบส่วนหนึ่งของ ICD เท่านั้น
  2. ICF เป็นการจำแนกประเภทโดยจัดความบกพร่องของการทำงานและสถาพร่างกายและจิตใจที่มีผลหรือเกี่ยวข้องกับสุขภาพเป็นด้านหลัก พร้อมระบุขนาดความรุนแรง และความบกพร่องของการทำงานว่ารุนแรงในระดับใด โดย
    1. รหัส b หรือ s จะเกี่ยวกับ Body Function & Structure
    2. รหัส d จะเกี่ยวกับ Activities & Participation
    3. รหัส e หรือ s จะเกี่ยวกับ environment & Personal factor
    4. ส่วนทศนิยม หลัง รหัส จะระบุระดับความรุนแรงของความพิการว่ามากน้อยเพียงใด
  3. ICD ทำให้จำแนกกลุ่มอาการ/กลุ่มโรค หรือการวินิจฉัย ซึ่งกลุ่มอาการหรือโรคเดียวกัน ไม่สามารถบอกความบกพร่องของการทำงานหรือสภาพร่างกาย รวมถึงระดับความรุนแรงของความบกพร่องนั้น  ICF จึงสามารถเติมเต็มส่วนขาดของ ICD ได้

1.ความพิการทางการเห็น
2.1ความพิการทางการได้ยิน
2.2 ความพิการทางการสือความหมาย
3.1 ความพิการทางการเคลื่อนไหว
3.2 ความพิการทางร่างกาย
4.1 ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม
4.2 ออทิสติก
5.ความพิการทางสติปัญญา
6.ความพิการทางการเรียนรู้

เอกสารอ้างอิง
  1. ICF ฉบับภาษาไทย จัดทำโดย สนย. กระทรวงสาธารณสุข
น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี Web Site เพื่อแจ้งข่าวสารและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
Dr.Chonlatit Urairoekkun M.D.,M.P.H.,M.B.A. - Director of Hea lth Promtion Center Region 5- Ratchaburi