P4P - Pay For Performance
Topic : HPHNQC (HPH National Quality Criteria) หรือ HPH 2555
HPH Version 2555

What new in HPHNQC 
ปี 2555 กรมอนามัยได้ปรับเปลี่ยนมาตรฐาน HPH ใหม่ โดยในส่วนของเนื้อหาในองค์ประกอบนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก (Minor Chage) ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบที่ 2 จากเดิม การบริหารทรัพยากรและงบประมาณ เป็นการบริหารกลยุทธ์และทรัพยากร ซึ่งได้ผนวกในเรื่อง Strategic Formulation , Strategic Deployment เข้ามาเพิ่ม จากเดิมที่มีเพียงการบริหารทรัพยากร (Man Money Material) เท่านั้น แต่ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก (Major Change) ได้แก่
  1. มีการกำหนดคะแนนของแต่ละองค์ประกอบที่แตกต่างกัน โดยอิงประสบการณ์ร่วมกับการพิจารณาการให้คะแนนของ Baldrige Health care Criteria for excellence performance 2011-2012
  2. Scoring System ได้นำวิธีการของ Baldrige Criteria มาใช้ โดย
    • องค์ประกอบที่ 1-6 ที่เป็นกระบวนการ จะใช้หลัก ADLI (Approach  , Deploy , Learning , Integrate)
    • องค์ประกอบที่ 7 ที่เป็นผลลัพธ์ ใช้หลัก LeTCI (Level , Trend , Compare , Integrate) หรือส่วนใหญ่มักจะคุ้นในชื่อย่อเดิมว่า LeTCLi (Level , Trend , Compare , Linkage)
  3. ปรับแบบประเมินตนเอง ให้เป็นในรูปแบบของคำถาม ที่ให้โรงพยาบาลที่จะพัฒนาตามมาตรฐาน HPH สามารถตอบได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น โดยรูปแบบของคำถามในแบบประเมินตนเอง จะแบ่ง part (Item Format) เป็น
    • ความต้องการหรือข้อกำหนดพื้นฐานขององค์ประกอบ (Category) ส่วนนี้เทียบได้กับ Basic Requirement
    • ความต้องการหรือข้อกำหนดโดยรวมของหัวข้อ (Item) ส่วนนี้เทียบได้กับ Over Requirement
    • ความต้องการหรือข้อกำหนดทั้งหมดของแต่ละหัวข้อ (item) ซึ่งคือคำถามทุกประเด็นในแต่ละหัวข้อ(Item) ส่วนนี้เทียบได้กับ Multiple Requirement)
  4. Scoring เป็นคะแนนโดยคะแนนเต็มเท่ากับ 1,000 เพื่อให้เทียบเคียงกับ Baldrige Criteria อีกทั้งทำให้มี Scale ที่ละเอียดขึ้นว่า เมื่อเวลาผ่านไป ระดับการพัฒนาดีขึ้นหรือคงที่หรือแย่ลงอย่างไร โดยพิจารณาจากคะแนน เนื่องจากโรงพยาบาลต่างๆสามารถพัฒนาสู่กระบวนการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพได้แล้ว จึงควรที่ rating คะแนนตาม Performance ของโรงพยาบาล โดยไม่ต้องมาถูกค่าเป้าหมายมากดดันว่าจำเป็นต้องผ่านเท่าไร  และถือว่า
      • คะแนนต่ำกว่า 350 ถือว่าอยู่ในระดับพัฒนาตามกระบวนการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (HPH Process)
      • คะแนน 350-499  ผ่านระดับ HPH Class
      • คะแนน 500-649  ผ่านระดับ HPH Gold Standard
      • คะแนน 650 ขึ้นไป ผ่านระดับ HPH Award
  5. วิธีการให้คะแนนจะใช้ระบบการให้คะแนน (Scoring System) ของ Baldrige โดย
    • ประเมินอย่างหยาบก่อนว่าแต่ละ Items ได้ Score เท่าไร โดยมี 6 ระดับ (Band) ตั้งแต่ 0-5  ในแต่ละระดับ จะมีคะแนนขั้นต่ำ คิดเป็นร้อยละ ดังนี้
      • ระดับ 0 ค่าร้อยละต่ำสุด เท่ากับ 0 %
      • ระดับ 1 ค่าร้อยละต่ำสุด เท่ากับ 10 %
      • ระดับ 2 ค่าร้อยละต่ำสุด เท่ากับ 30 %
      • ระดับ 3 ค่าร้อยละต่ำสุด เท่ากับ 50 %
      • ระดับ 4 ค่าร้อยละต่ำสุด เท่ากับ 70 %
      • ระดับ 5 ค่าร้อยละต่ำสุด เท่ากับ 90 %
    • ผู้ประเมินสามารถที่จะบวกคะแนนเิ่พิ่มในแต่ละระดับ ได้อีก 3 ขั้น คือ บวกเพิ่ม 5% ,10% หรือ 15% เช่น ระดับ 3 ค่าร้อยละต่ำสุดเท่ากับ 50% บวกเิ่พิ่ม 1 ขั้น เท่ากับ 55% (50 % + 5 %)  บวกเิ่พิ่ม 2 ขั้น เท่ากับ 60% (50 % + 10 %) บวกเพิ่ม 3 ขั้นเท่ากับ 65% (50%+15%) เป็นต้น (ส่วน ระดับ 0 และ 5 จะบวกเิ่พิ่มได้ไม่ถึง 3 ขั้น)
    • นำค่าร้อยละสุดท้ายภายหลังการบวกเพิ่ม (ถ้ามี) คูณด้วย คะแนนเต็มของแต่ละ Item จะเป็นคะแนนของ Item นั้น
    • รวมคะแนนทุก Items จะเป็นคะแนนรวมทั้งหมด

มาตรฐานใหม่เป็นอย่างไร 
 มาตรฐานใหม่ประกอบด้วย 7 Categories 21 Items คะแนนเต็ม 1,000
Category
Title
คะแนนเต็ม
1.0
การนำองค์กรและการบริหาร ( 120 คะแนน)
-
1.1
วิสัยทัศน์ พันธกิจ และปรัชญา นโยบายที่แสดงความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
40
1.2
โครงสร้าง และผู้รับผิดชอบชัดเจนในการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
40
1.3
วัฒนธรรมองค์กรเหมาะสมต่อการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
40
2.0
การบริหารกลยุทธ์และทรัพยากร ( 120 คะแนน)
-
2.1
แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
40
2.2
การถ่ายทอดแผนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ
40
2.3
การบริหารทรัพยากร
40
3.0
การจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ( 120 คะแนน)
-
3.1
การจัดโครงสร้างทางกายภาพและการจัดสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
40
3.2
การจัดการสิ่งแวดล้อมทางสังคม
40
3.3
การจัดการสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นหรือเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ
40
4.0
การส่งเสริมสุขภาพในบุคลากรโรงพยาบาล ( 120 คะแนน)
-
4.1
ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากร
40
4.2
กฎระเบียบ ข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพ
40
4.3
การส่งเสริมสุขภาพในบุคลากร
40
5.0
การส่งเสริมสุขภาพผู้รับบริการ ครอบครัวและญาติ ( 120 คะแนน)
-
5.1
ข้อมูลข่าวสารและพฤติกรรมสุขภาพของผู้รับบริการ ครอบครัว และญาติ
40
5.2
การปรับระบบบริการสุขภาพ
40
5.3
การประเมินกระบวนการให้บริการ
40
6.0
การส่งเสริมสุขภาพในชุมชน ( 150 คะแนน)
-
6.1
การส่งเสริมสุขภาพในชุมชน
70
6.2
การเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
80
7.0
ผลลัพธ์ของกระบวนการส่งเสริมสุขภาพ ( 250 คะแนน)
-
7.1
ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม
60
7.2
ผลลัพธ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพบุคลากร
60
7.3
ผลลัพธ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้รับบริการ ครอบครัว และญาติ
60
7.4
ผลลัพธ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพในชุมชน
70
รวม
1,000
จะใช้จริงเมื่อไร 
  1. เช่นเดียวกับมาตรฐานอื่นๆที่มีการปรับเปลี่ยน Version จะมีระยะเวลาผ่อนผัน หรือเรียกว่า Transition Period คือหน่วยงานที่ขอการประเมินเลือกที่จะเลือกว่าจะใช้ Version เดิมหรือ Version ใหม่
  2. เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงแรกของการประกาศ Version ใหม่ เพื่อแจ้งให้โรงพยาบาลต่างๆได้ทราบ ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งถึงจะใช้จริง ระยะนี้จึงเป็น Transition Period จนกว่ากรมอนามัยจะประกาศว่าหมดระยะ Transition Period ถึงสู่ภาคบังคับว่าเลิกใช้ Version เก่า
  3. ดังที่ได้แจ้งให้ทราบก่อนหน้าว่า HPHNQC นั้น ในส่วนของเนื้อหาหรือ Content ในมาตรฐานนั้นเป็นการปรับเล็ก (Minor Change) ส่วนที่มีการปรับใหญ่ (Major Change) คือเรื่องกระบวนการในการประเมินและ วิธีการให้คะแนน (Scoring System) เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลที่ขอรับการประเมิน ไม่ต้องปรับเปลี่ยนเท่าไร ที่จะต้องปรับเปลี่ยนมากคือผู้ประเมินมากกว่า

ขั้นตอนการประเมินใหม่เป็นอย่างไร 
 เมื่อเทคโนโลยีด้าน IT สะดวกขึ้น จึงคิดว่าน่าจะเพิ่มทางเลือกในการขอรับการประเมินผ่าน Web (โรงพยาบาลที่ไม่สะดวกจะใช้วิธีการเดิมคือส่งเอกสารทาง Manual ก็ยังได้อยู่) อีกทั้งมาตรฐานใหม่มุ่งเน้นให้โีรงพยาบาลที่ขอรับการประเมินได้เรียนรู้และพัฒนาไปพร้อมๆกับผู้ประเมิน ต้องยอมรับว่า ผู้ประเมินรู้เนื่องจากมีโอกาสไปเห็นมาหลายๆโรงพยาบาลจึงได้เรียนรู้  แต่โรงพยาบาลที่ทำเป็นผู้รู้แจ้ง เนื่องจากทำมากับมือ จึงมีแนวคิดว่า โรงพยาบาลที่ทำระบบคุณภาพ สามารถที่จะประเมินและให้คะแนนตนเองได้ แต่ที่ต้องพึ่งผู้ประเมินภายนอก หรือ External Audit เนื่องจากตามหลักธรรมาภิบาลที่ไม่ควรประเมินและรับรองตัวเองมากกว่า ประกอบกับเจตนาของการปรับเปลี่ยน HPH Version นี้ Major Change คือกระบวนการที่เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นขั้นตอนการประเมินจึงเปิดช่องทางใหม่ให้แต่จะใช้ช่องทางเดิมก็ได้  โดยสำหรับโรงพยาบาลที่จะใช้ช่องทางใหม่ สามารถดำเนินการดังนี้
  1. ศึกษา/ทำ แบบประเมินตนเองตามมาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมฉบับปรับปรุง 2555 (ต่อไปจะเรียกว่า HPH 2555) และศึกษาระบบการให้คะแนน (Scoring system) ตาม HPH 2555
  2. ทำ Gap Analysis ระหว่าง มาตรฐาน HPH 2555 กับ การปฏิบัติจริง ส่วนต่างระหว่าง มาตรฐาน กับการปฏิบัติจริง คือโอกาสพัฒนา (Opportunity to Improvement หรือ OFI)
  3. กำหนด แผนงาน/โครงการ/มาตรการ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามมาตรฐาน และ
    • สามารถปิด Gap ที่ได้จากวิเคราะห์ตามข้อ 2
    • ทิศทางของการพัฒนาต้องไปในทิศทางของการบรรลุเข็มมุ่ง/เป้าประสงค์ / วิสัยทัศน์ / พันธกิจ ขององค์กร (Alingment)
    • ทรัพยากรที่ใช้ในการพัฒนา HPH ให้ใช้ Infra Structure ของระบบคุณภาพหลัก (Core Quality System) ไม่แต่งตั้งกรรมการใหม่ขึ้นมาโดยไม่จำเป็น
  4. Implement แผนงาน/โครงการ/มาตรการ ให้มีการปฏิบัติจริงครอบคลุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในโรงพยาบาลและในชุมขน โดยบูรณาการการดำเนินการให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันกับงานประจำของโรงพยาบาลหรือของชุมชน
  5. ติดตามกำกับ ประเมินผล ใช้้ข้อมูลข่าวสารและกระบวนเรียนรู้เพื่อพัฒนาให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องโดยอิงหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence base) โดยการติดตามกำกับ ประเมินผล ต้องครอบคลุมในประเด็นของ
    • ติดตามกำกับว่าได้มีการดำเนินการตามกิจกรรมที่ได้กำหนดไว้หรือไม่
    • ติดตามกำกับและประิเมินผล เครื่องชี้วัดทั้ง Process indicators และ Outcome indicators ที่เกี่ยวข้องกัย HPH
    • ติดตามกำกับและประเมินผล การบรรลุเครื่องชี้วัดระดับองค์กร (Organization-wide goal) หรือเข็มมุ่งขององค์กร ส่วนนี้คือส่วนที่จะเชื่อมโยงกับยุทธศาสต์ขององค์กรเพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ
  6. ตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Internal audit หรือชื่ออื่นๆที่โรงพยาบาลใช้) โดยส่ง Hospital Profiles และแบบประเมินตนเองให้กับประธาน Internal Audit ของ ร.พ.เพื่อทำการประเมิน สรุปผลการประเมินตามมาตรฐาน HPH 2555 และให้คะแนนตามระบบการให้คะแนนของ HPH 2555
  7. ทีมประเมินของโรงพยาบาล ใส่คะแนนที่ได้ผ่าน web ถ้าคะแนนมากกว่า 350 ให้เสนอทีมประเมินระดับจังหวัดไปทำการประเมิน
  8. ทีมประเมินระดับจังหวัด ส่งทีมลงไปทำการประเมิน โดย
    • ถ้าคะแนนต่ำกว่า 500 จังหวัดสามารถรับรองได้ โดยทำเรื่องเสนอศูนย์อนามัย เพื่อเสนอกรมอนามัยเพื่อทราบ
    • ถ้าคะแนนตั้งแต่ 500 ขึ้นไป ทำเรื่องเสนอศูนย์ เพื่อประสานทีมประเมินระดับเขต เพื่อทำการประเมินต่อไป

จะเตรียมระดับจังหวัดและระดับเขตอย่างไร 
  1. แต่งตั้งผู้ประเมินระดับเขตและระดับจังหวัด
  2. ชี้แจงและอบรมผู้ประเมินระดับเขต โดยกรมอนามัย
  3. ชี้แจงและอบรมผู้ประเมินระดับจังหวัด โดยศุนย์อนามัย
  4. ชี้แจงและอบรมผู้ประเมินระดับโรงพยาบาล โดยจังหวัด

คะแนนควรได้เท่าไรถ้าใช้ระบบให้คะแนน (Scoring System) ตาม HPHNQC
 HPH 2555 อิงการให้การให้คะแนน (Scoring system) ตาม Baldrige (MBNQA) ซึ่งเป็นเกณฑ์ให้คะแนนที่ได้ยากมาก โดยประเทศไทยนำมาตรฐานการประเมินมาใช้ให้ชื่อว่า TQA โดย หน่วยงานที่ได้คะแนน 350 จาก 1000 หรือทำได้แค่ 35% ถือว่าได้ TQC (Thai Quality Class) ถ้าได้ 650 จาก 1000 หรือ 65 % ถือว่าเป็นองค์กรระดับยอดเยี่ยมหาผู้เปรียบได้ยากในอุตสาหกรรมนั้น เรียกว่า TQA (Thai Quality Award) และบางปี ไม่มีหน่วยงานได้ TQA เนื่องจากทำคะแนนไม่ถึง 650 ถ้าการสอบใดผู้ที่ทำคะแนนได้ 65% ถือว่าได้ระดับยอดเยี่ยม แสดงว่าข้อสอบต้องยากมาก หรือไม่ก็เกณฑ์ให้คะแนนหินมาก  เหตุผลที่การให้คะแนนตาม ฺBaldrige มักจะได้คะแนนต่ำ เนื่องจาก
  1. ในส่วนของกระบวนการ (Process) Category ที่ 1-6 นั้น การที่จะได้คะแนนระดับ (band) 4 หรือคะแนนขั้นต่ำเท่ากับ 70% นั้น ทำได้ยากมากเนื่องจาก
    • ยากที่ 1 คือ องค์กรนั้นต้องมี approach รองรับ คำถามในแบบประเมินตนเองถึงระดับ Multiple Requirement นั่นคือรองรับคำถามในแบบประเมินทุกข้อ และ Appraoch นั้นต้องเหมาะสมและมีประสิทธิผลเมื่อนำไปปฎิบัติ
    • ยากที่ 2 คือ หน่วยงานต่างๆในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ Approch นั้น ต้องนำ Appraoch ดังกล่าวไปสูการปฏิบัติ (Deploy) ได้อย่างสม่ำเสมอ และทำได้ดีทุกหน่วยงานแทบจะไม่มี Gap คือทำได้อย่างดีทัดเทียมกัน
    • ยากที่ 3 คือทุกหน่วยงานต้องมีระบบข้อมูลสนับสนุน มีการประเมินผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Learning) จนสามารถสร้างนวัตกรรม ในหน่วยงานส่วนใหญ่ขององค์กรอย่างต่ือเนื่อง
    • ยากที่ 4 คือความเชื่อมโยงและบูรณาการ (Integration) ในด้านต่างๆ ได้แก่
      • เชื่อมโยงบูรณาการระหว่าง แผนงาน แผนเงิน แผนคน
      • เชื่อมโยงและบูรณาการ ระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ องค์ประกอบที่เป็นกระบวนการ (องค์ประำกอบที่ 1 ถึง 6) กับผลลัพธ์ (องค์ประกอบที่ 7)
      • เชื่อมโยงและบูรณาการระหว่างองค์ประกอบที่เป็นกระบวนการด้วยกัน เช่น องค์ประกอบที่ 4 เรื่องการส่งเสริมสุขภาพบุคลากร ต้องเชือมโยงกับ องค์ประกอบที่ 1 เรื่องการนำองค์กรและการบริหาร องค์ประกอบที่ 2 เรื่องการบริหารกลยุทธ์และทรัพยากร องค์ประกอบที่ 3 เรื่องสิ่งแวดล้อมที่เือื้อต่อการดำเนินการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
      • เชื่อมโยงและบูรณาการระหว่างทุกองค์ประกอบกับ Organization profile ในส่วนของความท้าทายอของงค์กรที่กำหนดในรูปของเข็มมุ่งหรือเป้าประสงค์ขององค์กร (Organization wide Goal) ในส่วนนี้คือการเชื่อมโยงไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ
  2. ในส่วนของผลลัพธ์ ก็ยากพอๆกับในส่วนของกระบวนการ เนื่องจากจะได้คะแนนระดับ 4 หรือคะแนนขั้นต่ำ 70% ต้องผ่านความยากดังนี้
    • ยากที่ 1 ผลลัพธ์หรือ Result หลักๆที่สำคัญต้องมีอยู่ในระดับ (Level) ของ Good Performance ที่ครอบคลุมไปถึงระดับ Multiple Requirement
    • ยากที่ 2 ผลลัพธ์หลักๆที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับอดีต 3-5 ปี ต้องมีแนวโน้มที่ดี (Benificial Trend)
    • ยากที่ 3 ต้องมีข้อมูลผลลัพธ์หลักๆที่สำคัญขององค์กรอื่นที่อยู่ในระดับ Best practice เพราะเกณฑ์การให้คะแนนใช้คำว่า Benchmark และเมื่อเปรียบเทียบ (Compare) แล้ว เรายังสู้หรือทัดเทียมกับ Best practice ได้
    • ยากที่ 4 คือ ความเชื่อมโยงของผลลัพธ์ ส่วนนี้ใกล้เคียงกับ I ของ ADLI แต่ I ของ ADLI มองในเชิงการบูรณการในการดำเนินการ (Action) แต่ I ใน LeTCI มองในเชิงของ Result โดยผลลัพธ์ที่ผลการปฏิบัติการดีเหล่านั้น ต้องเชื่อมโยงกับเครื่องชี้วัดที่วัดการบรรลุพันธกิจขององค์กร โดยเป็นการวัดที่ครอบคลุมประเด็นหลักในที่เกี่ยวกับลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสีย กระบวนการและแผนปฏิบัติการ (Action plan) ที่สำคัญ
 สรุป เมื่อเจอความยากทั้ง 8 ประการ  คือด้านกระบวนการ 4 ยาก และด้านผลลัพธ์ 4 ยาก การจะได้คะแนน 70 % หรือ 700 คะแนนยาก มากๆๆๆ เราได้หย่อนเหลือ 600 ว่าเป็นระดับ Premium ซึ่งก็ยากมากๆๆๆ เช่นกัน คะแนนของโรงพยาบาลต่างๆที่จะประเมินในปี 2555 นั้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 300-450  การที่ได้คะแนนต่ำจึงเป็นเรื่องปกติเนื่องจากเกณฑ์การให้คะแนนยาก ในทางกลับกันถ้าไ้ด้คะแนนมากน่าจะเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะน่าจะเกิดจากผู้ประเมินให้คะแนนเฟ้อ (Rater Inflation) มากกว่า

เอกสารอ้างอิง 

 

ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
Copyright © 2012 Department of Health : Ministry of Public Health