HPH Standard รพ.สวนผึ้ง
Topic :    CSR - DIW

ความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคม

CSR - DIW 2554
 กรมโีรงงานอุตสาหกรรม (Department of Industrial work หรือ DIW) ได้จัดทำมาตรฐาน ความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม โดยให้ชื่อย่อว่า CSR- DIW โดย Version ล่าสุดคือปี 2554 ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล ISO 26000 และจัดทำโครงการเพืื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเข้าร่วมโครงการ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมสนับสนุนด้านวิชาการในการพัฒนาผู้ประกอบการ ที่ขอเข้าร่วม ให้สามารถดำเินินการสอดคล้องกับมาตรฐานดังกล่าว
กรมอนามัย มีภารกิจในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพในทุกกลุ่มวัย รวมถึงวัยทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในโรงงาน และเป็นกลุ่มที่ทางสาธารณะสุขเข้าไม่ค่อยถึง อีกทั้งมีภารกิจในเรื่องอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate Change) นั้นเป็นวาระของโลก (Global Issues) โดยกรมอนามัยได้พัฒนารูปแบบภายใต้โครงการ องค์กรลดโลกร้อน ภายใต้ชื่อ GREEN and CLEAN โดย GREEN มาจาก
  • G = Garbage คือการจัดการขยะ
  • R = Rest room คือพัฒนาห้องส้วมใ้ห้ได้มาตรฐาน HAS รวมถึง การลดสารเคมีที่ใช้ในห้องส้วม และการนำของเสียจากห้องส้วมกลับมาใช้ใหม่
  • E = Energy คือ การลดการใช้พลังงาน
  • E = Environment คือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องจากต้นไม้เป็นตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจากที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โลกร้อน
  • N = Nutrition เน้นการรัปบระทานอาหารท้องถิ่น เพื่อลดการใช้พลังงานจากขนส่ง กินอาหารพวกผักเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการทำการปศุสัตว์ทำให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก
Download มาตรฐาน CSR - DIW 2554  

 มาตรฐาน CSR - DIW ประกอบด้วย 7 หัวข้อหลักได้แก่
  1.  การกำกับดูแลองค์กร (Organization Governance)
  2. สิทธิมนุษยชน (Human Right)
  3. การปฏิบัติด้านแรงงาน (Labour Practice)
  4. สิ่งแวดล้อม (Environment)
  5. การดำเินินงานอย่างเป็นธรรม (Fair Operationg Pratice)
  6. ผู้บริโภค (Consumer Issues)
  7. การมีส่วนร่วมและการพัฒนาชุมชน (Community involement and Development)
 เมื่อพิจารณาจากมาตรฐาน CSR - DIW 2554 แล้ว จะ พบว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพของคนงานในโรงงาน และในเรื่องเกี่ยวกับอนามัยสิ่งแวดล้อม ดังนี้
  1. การปฏิบัติด้านแรงงาน ในหัวข้อ สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงการเตรียมพร้อมในสภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Group) ได้แก่ สตรี สตรมีครรภ์ สตรีหลังคลอดหรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร คนพิการ หรือลูกจ้างที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยเป็นพิเศษ
  2. สิ่งแวดล้อม ในหัวข้อเรื่องการป้องกันมลพิษ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การบรรเทาและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  3. ผู้บริโภค ในหัวข้อเรื่อง การคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค การบริโภคอย่างยั่งยืน

การบูรณาการร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม
  กรมโรงงานอุตสาหกรรม (DIW) ริเริ่มนำมาตรฐาน CSR - DIW มาใช้ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งทำให้โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากเข้าร่วม อีกทั้งมีเครือข่าย CSR-DIW  ประกอบกับประชาชนกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นกลุ่มที่จะเข้ามารับบริการก็ต่อเมื่อป่วย ขาดโอกาสที่จะได้รับบริการส่งเสริมสุชภาพและป้องกันโรคเท่าที่ควร การบูรณาการประเด็นที่เกี่ยวกับ สุขภาพ ความปลอดภัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ไปในมาตรฐาน CSR - DIW จะเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่กระทรวงสาธารณสุข จะไปสร้างมาตรฐานใหม่ ซึ่งกว่าจะได้รับการยอมรับก็จะใช้เวลา อีกทั้งไม่เป็นการดีที่จะทำให้โรงงานมีหลายมาตรฐานในการปฏิบัติ ซึ่งมาตรฐาน CSR-DIW ก็เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล ISO 26000 (Social Responsibility) ซึ่งประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2553
ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
Copyright © 2012 Department of Health : Ministry of Public Health