ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
    
 
Untitled Document
Topic : เทียนอันเหมิน และ วังต้องห้าม (Forbidden City) ปักกิ่งวันที่ 28 ก.ย. 56 ถึง 28 ก.ย. 56
วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2556 ซึ่งเป็นวันหยุด ตอนเช้า ได้เดินทางไปที่จตุรัสเทียนอันเหมินเพื่อที่จะไปเข้าไปในวังต้องห้าม (Forbiden City) หรือ Palace Museum  ซึ่งชาวโลกส่วนใหญ่จะรู้จักจตุรัสเทียนอันเหมินนี้เนื่องจากนักศึกษาจีนมาประท้วงรัฐบาลที่นี่ แต่คำว่า เหมินในภาษาจีนแปลว่าประตู การจะเข้าวังต้องห้ามซึ่งเป็นวังของฮ่องเต้ ต้องผ่านประตูถึง 6 ประตู เทียนอันเหมินเป็นประตูที่ 3 ที่จะผ่านเข้าไปในวังต้องห้าม  ผู้บันทึกจะบันทึกสิ่งที่ได้ฟังมาจาก Guide ซึ่งมีถูกบ้าง ผิดบ้าง และจะพยายามแก้ไขให้ถูกมากกว่าผิดครับ
Capital Airport ของเมืองปักกิ่ง ขาเข้าเมืองปักกิ่งมีดาราเกาหลีมาที่ปักกิ่ง มีแฟนคลับมารับที่สนามบินกันพอประมาณ ไม่มากเท่าแฟนคลับไทย   (ที่มาของภาพ - )
บรรยากาศของเมืองปักกิ่ง ทีแรกนึกว่าหมอกลงทั้งวัน แต่ทราบจาก Guide ว่าเป็นการผสมกันระหว่าหมอกับ PM 2.5   (ที่มาของภาพ - )
ทานอาหารเช้าที่ภัตาคารจีน ซึ่งภัตาคารมีสัญญลักษณ์โคมแดง   (ที่มาของภาพ - )
คณะผู้ไปดูงานได้แก่ ท่านผู้ช่วย รมต. อธิบดี และรองอธิบดีกรมอนามัย ผอ.สำนักส่งเสริม และ ผอ.ศูนย์อนามัย   (ที่มาของภาพ - )
อาคารในตัวเมืองปักกิ่ง ในระหว่างทางที่เดินทางไปจัตุรัสเทียนอันเหมิน   (ที่มาของภาพ - )
คณะดูงานเดินทางมุ่งหน้าไปที่เทียนอันเหมิน โดยใช้ธงชาติไทยเป็นสัญญลักษณ์ กันพลัดหลง จะได้มองหาธงชาติไทย   (ที่มาของภาพ - )
ถนนบริเวณโดยรอบนั้นเดิมเป็นกำแพงวัง ต่อมาได้รื้อกำแพงวังออกเพื่อสร้างถนน และตึกใหญ่ที่เห็นหลังรถบัสคือ ประตูที่ 1 น่าจะเรียกว่าตึกมากกว่าประตู (เหมิน) โดยในสมัยก่อน จะเข้าวังได้ต้องผ่านจากประตูนี้ก่อน ส่วนประตูที่เหลือจะกล่าวต่อไป   (ที่มาของภาพ - )
ถัดมาเป็นประตูที่ 2 จะเข้าสู่วังต้องห้าม    (ที่มาของภาพ - )
พวกเราเดินจากถนนตรงข้าม เพื่อจะมาถึงทางข้าม เพื่อข้ามถนนมาอีกฝั่ง ต้นไม้ที่เห็นอยู่ทางขวามือเรียกว่าต้นหลิว   (ที่มาของภาพ - )
พิพิธภัณฑ์ของจีนที่สร้างอย่างใหญ่โต   (ที่มาของภาพ - )
ถ่ายรูปรวมรุ่นแพทย์เชียงใหม่ ท่าน ผู้ช่วยรัฐมนตรี ท่านอธิบดี และท่าน ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 10   (ที่มาของภาพ - )
Memorial Hall of Chairman Mao  เป็นตึกที่เก็บศพของ เหมาเจ๋อตุง สร้างระหว่างประตู 2 กับประตู 3 (เทียนอันเหมิน) ท่านประธานเหมาได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 30 ปี ศพเก็บไว้ในโรงแก้ว เพื่อให้ประชาชนไปคาราวะ เนื่องจากรอแถวยาวมากเลยไม่มีโอกาสเข้าไปคาราวะท่านประธานเหมา เลยคารวะท่านที่ถนนฝั่งตรงข้าม   (ที่มาของภาพ - )
ที่เห็นเป็นแท่งคืออนุสาวรีย์วีระชน (Monament of the people's Heroes) และด้านหลังคือ หอประชุมสภาประชาชน (Hall of the people)    (ที่มาของภาพ - )
เนื่องจากวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันชาติของจีน วันที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนนำโดยท่านประธานเหมาประกาศชัยชนะเหนือพรรคก๊กมินตั๋ง นำโดยจอมพลเจียงไคเช็ค จึงนำกรถางดอกไม้ใหญ่มาวาง ปกติจะไม่มีกระถางดอกไม้นี้   (ที่มาของภาพ - )
Zoom ให้เห็นอนุสาวรีย์วีรชน ให้ชัด   (ที่มาของภาพ - )
กำลังจะข้ามถนนมาอีกฝั่ง เพื่อจะมาที่ฝั่งที่มีกระถางดอกไม้ใหญ่ ฝั่งนี้จะสามารถถ่ายรูปเห็น เทียนอันเหมินที่เป็นประตูที่ 3 ได้    (ที่มาของภาพ - )
ถ่ายภาพเทียนอันเหมิน ที่มีรูประธานเหมาติดอยู่หน้าประตู ด้านหน้ามีถนนซึ่งเราจะต้องข้ามถนนเพื่อจะเข้าสู่ประตูเทียนอันเหมาเพื่อเข้าวัง   (ที่มาของภาพ - )
ตำรวจหรือทหารจีนไม่ทราบ ยืนอย่างสง่า ที่ประเทศจีน ทหารกับตำรวจ คัดสรร พวกที่รูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง ไม่ลงพุง ต่างจากบ้านเรา   (ที่มาของภาพ - )
ถ่ายรูปให้เห็นเทียนอันเหมิน เพื่อให้รู้ว่าได้มีโอกาสมา ปกติชอบถ่ายรูปคนอื่น  แต่ไม่ชอบให้ถ่ายรูปตัวเอง และชอบถ่ายวิวมากกว่าคน   (ที่มาของภาพ - )
พวกเรากำลังจะข้ามถนนไปฝั่งประตูเทียนอันเหมินที่อยู่ตรงข้าม ได้เล่าแต่แรกว่า ถนนที่รถวิ่งคือกำแพงวัง ต่อมารื้อกำแพงวังมาสร้างเป็นถนนแทน ถ้าจะเข้าวังต้องผ่านทีละประตู    (ที่มาของภาพ - )
ถนนเส้นที่เราจะข้ามเพื่อจะไปที่เทียนอันเหมิน ถนนเส้นนี้ตัดใหม่ โดยไม่น่ามีกำแพงวังด้านหน้าประตู    (ที่มาของภาพ - )
คนเป็นจำนวนมากทั้งคนจีนที่ไม่ได้อยู่ในปักกิ่ง และนักท่องเที่ยวกำลังลงอุโมงเพื่อเป็นทางข้ามเพื่อเข้าสู่ประตูเทียนอันเหมิน   (ที่มาของภาพ - )
ด้านหน้าของประตูเทียนอีนเหมิน เทียน แปลว่าสวรรค์ อัน ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไร ส่วนเหมิน แปลว่า ประตู น่าจะแปลว่าประตูไปสู่แดนสวรรค์ หรือผ่านประตูนี้ไปแล้วคือวังที่เสมือนหนึ่งเป็นสวรรค์    (ที่มาของภาพ - )
วังต้องห้ามสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง โดยราชวงศ์หมิงมีจักรพรรดิ 16 องค์  จักรพรรดิ 2 องค์แรกตั้งเมืองหลวงที่ นานกิง ต่อมาองค์ที่ 3 คือ จักรพรรดิหย่งเล่อ ย้ายเมืองหลวงมาที่ปักกิ่ง เมื่อปี 1945  เนื่องจากจะได้สามารถรับมือกับแมนจูหรือมองโกล ซึ่งอยู่ทางเหนือได้ และได้สร้างวังต้องห้าม เมื่อประมา 600 ปีที่แล้ว โดยใช้เวลาสร้าง 14 ปี   (ที่มาของภาพ - )
สิ้นสุดราชวงศ์หมิง เป็นราชวังชิง ซึ่งเป็นราชวงศืแมนจู มีจักรพรรดิทั้งหมด 10 องค์ จักรพรรดิองค์สุดท้ายชื่อ ผู่อี๋  ก่อนที่จะถูก ซุนยัดเซ้น ปฏิวัติ เปลี่ยนการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ ในปี 2455  แต่ยังยอมให้ฮ่องเต้อยู่แต่ในวังต้องห้ามได้ช่วงแรก   (ที่มาของภาพ - )
รูปของประธานเหมาที่ติดอยู่หน้าประตูเทียนอันเหมิน โดยรูปนี้จะเปลี่ยนทุกปี เพื่อรองรับวันชาติของสาธารณรับประชาชนจีน (1 ตุลาคม )   (ที่มาของภาพ - )
สิงห์โตคู่ที่อยู่หน้าเทียนอันเหมิน เป็นสิงห์โตเมื่อ 600 ปีที่แล้วที่สร้างวังต้องห้าม   (ที่มาของภาพ - )
เดินเข้าประตูเทียนอันเหมิน ประตูที่ 3 เพื่อที่จะตรงไปประตูที่ 4   (ที่มาของภาพ - )
ประตูเทียนอันเหมิน ถ่ายจากด้านในออกมาด้านนอก  รูปที่ผ่านมาเราถ่ายจากด้านนอกประตูเทียนอันเหมิน    (ที่มาของภาพ - )
เดินหน้ามุ่งตรงไปยังประตูที่ 4  เห็นประตูที่ 4 ซึ่งเห็นแต่ไกล   (ที่มาของภาพ - )
เข้ามาใกล้ประตูที่ 4 มากขึ้น   (ที่มาของภาพ - )
ใช้กล้อง Zoom จากนอกประตูหมายจะดูชื่อประตูที่ 4 ว่าชื่ออะไร เห็นชื่อ 2 คำ คำแรกอ่านไม่ออก แต่คำที่ 2 อ่านว่าเหมิน ซึ่งเหมินแปลว่าประตู ใครอ่านตัวแรกออกช่วยบอกด้วย   (ที่มาของภาพ - )
เดินเข้าประตูที่ 4 ที่ประตูจะเห็นปุ่มทองเหลืองทั้งหมด 81 ปุ่ม ซึ่งมี 9 แถว ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง รวม 81 ปุ่ม ซึงทุกประตูจะมีลักษณะเช่นนี้    (ที่มาของภาพ - )
เดินมุ่งไปยังประตูที่ 5    (ที่มาของภาพ - )
ก่อนจะเข้าประตูที่ 5 ตั้งซื้อตั๋วเข้าชม คนละ 60 หยวน หรือประมาณ 300 กว่าบาท ไทย   (ที่มาของภาพ - )
ท่านอธิบดีกำลังส่งรูป และ Comment ผ่าน Facebook โดยทำแบบ Real Time  ไม่นานก็เห็นมีคนกด Like มาเป็นสิบ   (ที่มาของภาพ - )
หลังจากซื้อตั๋วก็เข้าแถวผ่านประตู 5 ใช้กล้องซูมชื่อประตูแล้ว มี 2 คำเหมือนกัน คำแรกอ่านไม่ออก เลยไม่ได้ซูมเข้าไปถ่าย   (ที่มาของภาพ - )
ธงไทยนำหน้าผ่านเข้าประตู 5    (ที่มาของภาพ - )
เห็นตึกด้านหน้าแต่ไกล ซึ่งก็คือประตูที่ 6 ไม่รู้เรียกประตูได้อย่างไร เพราะเป็นตึกชัดๆ   (ที่มาของภาพ - )
เดินตรงไปยังประตูที่ 6   (ที่มาของภาพ - )
เข้าไปใกล้ประตูที่ 6 มากขึ้น   (ที่มาของภาพ - )
ซูมป้ายชื่อประตู อ่านว่า ไท้เหอเหมิน (ไท้แปลว่ายิ่งใหญ่ เหอ ล่ามบอก แปลว่า ความร่วมมือร่วมใจ เหมิน แปลว่าประตู ) หรือ ประตูแห่งความร่วมมือร่วมใจที่ยิ่งใหญ่   (ที่มาของภาพ - )
ที่อาคารระบุเป็นชื่อประตู แต่เป็นตึกที่ใหญ่มาก อาคารนี้เสมือนเป็นประตูที่จะผ่านไปสู่ ศาลาว่าราชการขององค์จักรพรรดิ   (ที่มาของภาพ - )
ช่องตรงกลางที่ที่จะเข้าสู่อาคารปิดไว้ เนื่องจากเป็นทางเดินของฮ่องเต้ คนจีนด้านซ้ายจะใหญ่กว่าด้านขวา ฮ่องเต้จะเดินขึ้นตึกทางด้านซ้ายมือ ตรงกลางเป็นปูนปั้นลายมังกร   (ที่มาของภาพ - )
ซูมให้เห็นปูนปั้นลายมังกรให้ชัดๆ   (ที่มาของภาพ - )
ท่านอธิบดี ถ่ายรูป กับ ผอ.สำนัก ส่งเสริม ที่ ไท้เหอเหมิน ประตูที่ 6    (ที่มาของภาพ - )
ลวดลายในส่วนเพดานของประตูที่ 6 ไท้เหอเหมิน   (ที่มาของภาพ - )
ลอดผ่านประตูที่ 6 ที่ตรงนี้    (ที่มาของภาพ - )
มุ่งหน้าไปสู่อาคารที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งอาคารนี้เป็น High Light ของวังต้องห้าม คือ ศาลาว่าราชการของจักรพรรดิ   (ที่มาของภาพ - )
ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปยังศาลาว่าการของจักรพรรดิ เพื่ออยากไปดู บัลลังก์ของจักรพรรดิ และพระนางซุสีไทเฮา ว่าราชการหลังม่านไม้ไผ่ นั้นมีรูปร่างลักษณะอย่างไร   (ที่มาของภาพ - )
นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังขึ้นบันได ด้านซ้ายและด้านขวา ส่วนตรงกลางเป็นบันไดของฮ่องเต้ ปิดไว้ไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้น   (ที่มาของภาพ - )
ใช้กล้องซูมเข้าไป มี 3 คำ อ่านว่า ไท้ เหอ เตี้ยน  คำว่าเตี้ยน แปลว่า อาคารขนาดใหญ่ที่สำคัญ สรุปศาลาว่าราชการของจักรพรรดิหลังนี้น่าจะแปลว่า ศาลาว่าราชการแห่งความร่วมมือร่วมใจที่ยิ่งใหญ่    (ที่มาของภาพ - )
อาคารในวัง ถ้าจะดูว่าหลังไหนสำคัญมาก หลังไหนสำคัญน้อย ให้ดูที่หลังคาว่ามีมังกรกี่ตัว ถ้ามี 9 ตัวแสดงว่าอาคารหลังนั้นสำคัญ ถ้าเปรียบก็เหมือนกับฉัตรของประเทศไทย ฉัตร 9 ชั้นบ่งบอกถึงในหลวง พระบรมวงศานุวงศืก็ใช้ฉัตร 7 ชั้น 5 ชั้น ลดหลั่นลงมา   (ที่มาของภาพ - )
ผู้คนมากมายเข้ามาชม ศาลาว่าราชการของจักรพรรดิ    (ที่มาของภาพ - )
หน้าศาลาว่าการของจักรพรรดิ จะมีอ่างน้ำใหญ่ใส่น้ำรอบวัง เพื่อเวลาไฟไหม้จะได้ใช้น้ำเหล่านี้ดับไฟ (สมัยก่อนยังไม่มีถังดับเพลิง) ซึ่งในวังต้องห้ามจะเห็นอ่างใส่น้ำมากมาย   (ที่มาของภาพ - )
ซูมให้เห็นหัวเสือชัดๆ   (ที่มาของภาพ - )
หน้าหนาวของปักกิ่ง น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง จึงต้องเตรียมเจาะช่องข้างล่าง เพื่อใส่เชื้อเพลิง ในการละลายน้ำแข็ง   (ที่มาของภาพ - )
แหวกฝูงชนเข้าไปถ่ายภายในศาลาว่าราชการของจักรพรรดิ เนื่องจากปิดประตูไม่ให้เข้า และข้างในไม่เปิดไฟอีก ทำให้ต้องปรับ Mode กล้องไปใช้แสงน้อย แล้วถ่ายเข้าไป   (ที่มาของภาพ - )
เห็นบัลลังก์ว่าราชการของฮ่องเต้เหมือนกัน แต่ไม่เห็นม่านไม้ไผ่ที่ซูสีไทเฮาว่าราชการ  Guide เล่าว่า พระนางซูสีไทเฮา เป็นผู้สำเร็จราชการแทน ฮ่องเต้ ที่อายุน้อยมาก แต่คนที่นี่งบีลลังก์ได้คือฮ่องเต้เท่านั้น เพราะฉะนั้นเวลาข้าราชการถวายฎีกา ฮ่องเต้จะนั่งบัลลัง พระนางซูสีไทเฮาจะอยู่ด้านหลัง มีม่านไม้ไผ่กั้น แล้วจะกระซิบว่าจะให้ฮ่องเต้ตอบข้อราชการ   (ที่มาของภาพ - )
ลวดลายบนเพดานศาลาว่าราชการ มีรูปคล้าย สวัสดิกะ   (ที่มาของภาพ - )
อาคารบริวาล รายรอบศาลาว่าราชการของจักรพรรดิ กำลังจะเดินออกไปสู่อาคารถัดไป   (ที่มาของภาพ - )
อาคารที่อยู่ใกล้ศาลาว่าราชการของจักรพรรดิ คือ อาคารที่ให้ฮ่องเต้ เปลี่ยนจากเครืองทรงลำลอง มาเป็นเครื่องทรงเต็มยศของฮ่องเต้ เวลาว่าราชการ ถ่ายด้านข้างเพื่อให้เห็นมิติ   (ที่มาของภาพ - )
อาคารเปลี่ยนเครื่องทรงของฮ่องเต ถ่ายด้านหน้า   (ที่มาของภาพ - )
กำลังเดินออกจากอาคารเปลี่ยนเครื่องทรง เพื่อไปยังกลุ่มอาคารของที่พักของฮ่องเต้  มเหสี และสนม Zone นี้เป็น Zone ที่ผู้ชายห้ามเข้า ยกเว้น ฮ่องเต้ กับ ขันที นอกนั้นเป็นผู้หญิงหมด    (ที่มาของภาพ - )
ออกนอก Zone ว่าราชการไปยังอีก Zone   (ที่มาของภาพ - )
อาคารหลังนี้ไม่ทราบว่า เป็นอาคารอะไร แต่นับสิงห็โตที่หลังคาได้ 9 ตัว น่าจะเป็นอาคารที่สำคัญ   (ที่มาของภาพ - )
จำไม่ได้ว่าเป็นอาคารอะไร   (ที่มาของภาพ - )
เข้ามา Zone ที่พักอาศัย   (ที่มาของภาพ - )
ห้องน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว   (ที่มาของภาพ - )
ระหว่างทางที่จะเดินไป Coffee shop & Gift Shop   (ที่มาของภาพ - )
ทางก่อนจะเข้า Gift Shop   (ที่มาของภาพ - )
Gift Shop ด้านหน้าเป็น Coffee shop   (ที่มาของภาพ - )
ทางจะเดินไปยังห้องบรรทมฮ่องเต้   (ที่มาของภาพ - )
คนกำลังเดินไปดูห้องบรรทมฮ่องเต้    (ที่มาของภาพ - )
ด้านหลังของห้องบรรทมฮ่องเต้ เบียดเสียดเข้าไปแต่ก็ไม่เห็นอะไร   (ที่มาของภาพ - )
อธิบดีเช็คชื่อว่าอยู่ครบกันหรือเปล่า   (ที่มาของภาพ - )
ต้นไม้ที่จักรพรรดิองค์สุดท้าย Puyi ถ่ายร่วมกับ มเหสีของพระองค์   (ที่มาของภาพ - )
ต้นสนที่มีแขนงแยกออกแล้วโค้งเข้าหากัน เป็นเครื่องหมายแห่งความรัก โดยจักรพรรดิ Puyi ได้ถ่ายภาพคู่กับมเหสีที่หน้าต้นไม้นี้ ภายหลังพิธีอภิเษกสมรส    (ที่มาของภาพ - )
ผ่านเข้ามาบริเวณสวนด้านหลังของวัง จะเห็นว่าบริเวณวังจะไม่มีต้นไม้ เนื่องจากกลัวจะเป็นสถาที่พลางตัว เพื่อมาทำร้ายฮ่องเต้   (ที่มาของภาพ - )
เอาปะการังมาทำเป็นสวนหิน   (ที่มาของภาพ - )
ทางเดินเพื่อไปสู่ทางออก   (ที่มาของภาพ - )
ประตูทางออกจากวังต้องห้าม   (ที่มาของภาพ - )
ออกจากวังต้องห้าม ตรงข้ามเป็นเขาลูกเตี้ยๆ และมีอาคารตั้งอยู่บนยอดเขา   (ที่มาของภาพ - )
ประตูทางออกของวังต้องข้าม เดิมสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง ต่อมาทางการจีนให้เดินทางเดียว โดยเข้าทางประตูเทียนอันเหมิน (ประตูที่ 3) จากนั้นเดินทางเดียวมาออกที่ประตูนี้   (ที่มาของภาพ - )
ด้านนอกประตูวัง ถ่ายให้เห็นบรรยากาศด้านนอกของวัง   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )