ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
    
 
Untitled Document
Topic : วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตรวันที่ 8 ส.ค. 57 ถึง 8 ส.ค. 57
สันนิษฐานว่าพระไชยราชาโปรดเกล้าให้สร้างพระพุทะรูปองค์นี้ขึ้นกลางแจ้ง บริเวณวัดชีเชียง ซึ่งอยู่ด้านใต้ของพระบรมมหาราชวัง แต่ต่อมาได้มีการเคลื่อนย้ายให้มาอยู่ ณ.ตำแหน่งปัจจุบัน แล้วสร้างอาคารขึ้นคลุมพระพุทธรูป ที่นี่จึงเป็นวิหารพระพุทธรูปตั้งอยู่โดดๆ ไม่ได้อยู่ในเขตวัดอย่างที่พบทั่วไป
พระมงคลบพิตร ไม่ปรากฏหลักฐานชัดว่าสร้างในรัชกาลใดแห่งกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างใน สมัยอยุธยาตอนต้น เพราะพระพักตร์แม้จะมีลักษณะค่อนข้างเป็นวงรีแล้ว แต่ก็ยังคงเห็นเค้าพระพักตร์เป็นเหลี่ยมอยู่ ซึ่งเป็นพุทธลักษณะแบบอยุธยาตอนต้น เมื่อพิจารณาถึงเส้นพระขนงที่โค้ง ก็จะพบว่าเป็นศิลปที่ ผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยอีกด้วย องค์พระก่อด้วยอิฐแล้วหุ้มสำริดแผ่น นับเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดองค์ หนึ่งของไทย   (ที่มาของภาพ - จาก Web site (ขออนุญาตนำลง ณ.ที่นี้ด้วย))
จากหลักฐานมีอยู่ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2146 พระเจ้าทรงธรรมได้โปรดเกล้า ฯ ให้ชะลอหลวงพ่อวัดมงคลบพิตร จากด้านตะวันออกของวังหลวงมาไว้ทางด้านตะวันตก ณ ที่ประดิษฐานปัจจุบัน และยังได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระมณฑปที่มีลักษณะเช่นเดียวกับมณฑปพระพุทธบาทสระบุรีสวมไว้ด้วย   (ที่มาของภาพ - )
ในสมัยพระพุทธเจ้าเสือ เกิดอสุนีบาตต้องยอดพระมณฑป เกิดไฟไหม้พังลงมาต้องพระศอของพระมงคล บพิตรหัก พระองค์จึงโปรดเกล้า ฯ ให้รื้อเครื่องบนออกแล้วสร้างใหม่เป็นพระวิหาร แต่คงทำเครื่องยอดอย่าง มณฑปของเดิม ต่อมาในสมัยพระเจ้าบรมโกศ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศน์เป็นแม่กองบูรณปฏิสังขรณ์ และได้รื้อยอดมณฑปเดิมเปลี่ยนเป็นพระวิหาร วิหารพระมงคลบพิตรถูกไฟเผาผลาญ   (ที่มาของภาพ - )
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สมัย ร.5 ได้มาที่วัดพระศรีสรรเพชร และถ่ายรูปหน้าวิหารมงคลบพิตร   (ที่มาของภาพ - )
ถ่ายเมื่อตามเสด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จวัดพระศรีสรรเพชญ์ พ.ศ.2467   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
 ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2310 จนเครื่องบนของพระวิหารพังลงมา ถูกพระเมาฬีและพระกรขวาขององค์พระชำรุด พระยาโบราณราชธานินทรเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา ได้บูรณะซ่อมแซมให้คืนดี    (ที่มาของภาพ - )
สำหรับพระวิหารที่ชำรุดหักพังเกือบจะโดยสิ้นเชิงนั้น ได้บูรณะขึ้นใหม่อย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2499 โดย นายอูนุ นายกรัฐมนตรีสหภาพพม่าในขณะนั้น ได้บริจาคเงินจำนวนสองแสนบาท ร่วมกับฝ่ายรัฐบาลไทยอีกสองแสนห้าหมื่นบาท   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้้าง 9.55 เมตร สูง 12.55 เมตร พระเกศามาลาเป็นดอกบัว ซึ่งแปลกกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นๆทั่วไป   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
พระพุทธรูปภายในวิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )