ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
    
 
Untitled Document
Topic : เมืองเชียงราย Night Bazaar หอนาฬิกา วัดมิ่งเมือง ยามเช้า วันที่ 28 ต.ค. 57 ถึง 28 ต.ค. 57
เมืองเชียงรายยามเช้า ดูหอนาฬิกา และวัดมิ่งเมือง วัดที่เกิดพร้อมเมืองเชียงราย
ลานกลางเมือง ร้านอาหารภายใน Night bazaar ของเชียงราย ยามเช้า   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ถนนที่จะมุ่งหน้าไปสู่หอนาฬิกา   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
หอนาฬิกา ยามเช้า เลยยังไม่มีรถวิ่งผ่านวงเวียนดังกล่าว   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ใส่บาตรยามเช้า วิถีเมืองเหนืออันดีงาม   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ร้านอาหารไทย ของราชบุรีก็มาถึงเมืองเชียงรายเหมือนกัน   (ที่มาของภาพ - )
ร้านกาแฟโบราณ ตกแต่งหลังคาบนรถ Pick up แบบเมืองเหนือ   (ที่มาของภาพ - )
วัดมิ่งเมือง วัดคู่บ้านคู่เมือง สร้างพร้อมๆกับการก่อตั้งเมืองเชียงราย วัดมิ่งเมืองอยู่ติดสถานที่สำคัญทางโบราณคดีของจังหวัดเชียงราย เป็นประตูเมืองเก่าของเมืองเชียงราย คือ ประตูไก่ดำ หรือประตูขัวดำ หรือประตูเจ้าพ่อสันป่าแดง ซึ่งคนเชียงรายเรียกยังคงเรียกบริเวณสี่แยกที่ถนนบรรพปราการตัดกับถนนไตรรัตน์ว่า สี่แยกขัวดำ ที่บริเวณประตูวัดด้านทิศตะวันออก มีบ่อน้ำโบราณ ชื่อ น้ำบ่อจ๊างมูบ ศิลปะแบบไทยใหญ่    (ที่มาของภาพ - )
เป็นวัดที่สำคัญในสมัยพ่อขุนเม็งราย ในพิธีการเคลื่อนขบวนแห่พระแก้วมรกตออกทักษิณาวรรต รอบเมืองเชียงรายทางสถลมารค ในวันสำคัญทางประเพณี เช่น วันสงกรานต์ หรือ ปีใหม่เมือง จะมีการจัดเตรียมสถานที่ให้พญาช้างคู่บารมีของพ่อขุนเม็งรายมหาราชมาหมอบรอเทียบที่วัด เทินบุษบกเพื่อรับพระแก้วมรกต ที่แห่มาด้วยขบวนเสลี่ยง จากวัดพระแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากวัดไปทางทิศเหนือ 200 เมตร   (ที่มาของภาพ - )
ผู้สร้างวัดมิ่งเมือง คือ เจ้านางตะละแม่ศรี เป็นมเหสีของพ่อขุนเม็งรายมหาราชซึ่งพระนางมีเชื้อสายกษัตริย์จากเมืองหงสาวดี   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
พระวิหารไม้ลายคำศิลปะล้าน ของวัดมิ่งเมืองอย่างถูกต้องตามหลักพุทธศิลป์ล้านนาและทัศนศิลป์เชิงโบราณคดี ระหว่างการบูรณะได้ขุดค้นพบลายอักษรโบราณจารึกบนแผ่นเงินเป็นภาษาพม่า กล่าวถึงประวัติผู้สร้างเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อสืบค้นจากพงศาวดาร จึงทำให้ทราบว่า ผู้สร้างวัดมิ่งเมือง คือ เจ้านางตะละแม่ศรี เป็นมเหสีของพ่อขุนเม็งรายมหาราชซึ่งพระนางมีเชื้อสายกษัตริย์จากเมืองหงสาวดี   (ที่มาของภาพ - )
เจ้านางตะละแม่ศรี เป็นมเหสีของพ่อขุนเม็งรายมหาราช เชื่อว่าเป็นผู้สร้างวัดมิ่งเมือง   (ที่มาของภาพ - )
เจ้านางตะละแม่ศรี ทรงมีอีกพระนามหนึ่งที่ปรากฏในแผ่นจารึกคือ มหาเทวีอุษาปายะโค พระนางเป็นธิดาของพระเจ้าพายุเจ็งกษัตริย์พม่าเจ้าเมืองพะโค (หงสาวดี) ซึ่งได้มอบถวายให้เป็นข้าบาทบริจาริกาแด่พ่อขุนเม็งรายมหาราชเมื่อทรงชนะสงครามจากพม่า   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
เป็นปูชนียสถานเก่าแก่ ที่มีคู่มากับวัด เป็นศิลปะแบบล้านนา เดิมก่อนการบูรณะเป็นรูปทรงพม่าทั้งหมด แต่ต่อมาได้รับการบูรณะใหม่ โดยสร้างเจดีย์บริวารตั้งไว้สี่มุม ประดับด้วยฉัตรศิลปะแบบพม่า ชาวบ้านเรียกเจดีย์นี้ว่า “พระธาตุมิ่งเมือง” นอกจากนี้เจดีย์นี้มีความสำคัญ คือ เป็นที่เก็บรวบรวมประวัติของวัดไว้   (ที่มาของภาพ - )
พระพุทธรูปที่อยู่ในเจดีย์ ศิลปพม่า   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
องค์พระประธาน เป็นพระพุทธรูปปั้น ลงรักปิดทองทั้งองค์ เป็นศิลปะเชียงแสนสิงห์ ๑ ซึ่งได้ทำการซ่อมแซมมาถึง ๔ ครั้งมีอายุถึง ๔๐๐ กว่าปี ซึ่งครั้งหลังสุด ช่างที่ก่อสร้างได้เพิ่มขนาดขององค์พระให้ใหญ่ขึ้น โดยมีหน้าตักกว้างขนาด ๘๐ นิ้ว มีนามว่า “หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง” ที่มีพุทธลักษณะที่งดงามตามพุทธศิลป์แบบเชียงแสนสิงห์ ๑ ยุคต้นโดยเฉพาะที่ยอดพระเกตุโมฬีเป็นรูปดอกบัวตูมแกะสลักจากหินแก้วจุยเจียหรือแก้วโป่งข่าม ซึ่งเป็นหินที่เกิดขึ้นในดินแดนล้านนาเท่านั้น   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
เป็นวิหารไทใหญ่ประยุกต์ผสมผสานกับรูปแบบของวิหารล้านนา ภายในตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลักลงรักปิดทอง ประกอบกับการกรุฝ้าเพดานแบบไตรภูมิและบราลีเป็นรูปหงส์จำนวน ๓๔ ตัว   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
พระศรีมิ่งเมือง องค์ประธาน อยู้หลังสุด องค์กลาง คือ พระทันใจ   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
รัชสมัยของพ่อขุนเม็งรายมหาราช จะเสด็จมาประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาที่วัดมิ่งเมืองปีละสองครั้งคือในคืนวันเพ็ญวิสาขบูชา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ และในคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง หรือประเพณียี่เป็งของชาวล้านนา    (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
บ่อน้ำ จ๊างมูบ รูปแบบการก่อสร้างมีหลังคาเป็นรูปซุ้มโขง ประดับด้วยรูปปั้นของช้างทรงเครื่อง ซึ่งหมอบอยู่ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีซุ้มครอบไว้เป็นประติมากรรมปูนปั้นรูปช้างหมอบ เชื่อกันว่าบ่อน้ำนี้เป็นบ่อน้ำโบราณที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นแหล่งน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคของผู้คนโบราณที่สัญจรเข้าออกเมือง ได้มาพักกายบริเวณประตูเมืองเพื่อดื่มน้ำและล้างหน้าให้เกิดสิริมงคลก่อนจะเริ่มเดินทางออกหรือเข้าสู่เมืองเชียงราย   (ที่มาของภาพ - )
บ่อน้ำที่เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้น ปัจจุบันก็ยังมีน้ำอยู่ โดยทางวัดได้ต่อท่อเพื่อสูบน้ำขึ้นมาใช้  ชาวบ้านทั่วไป เรียกบ่อน้ำนี้ว่า “น้ำบ่อช้างมูบ”  ในสมัยโบราณ บ่อนี้ได้ให้ประโยชน์แก่ชุมชนชาวตลาดเชียงรายเป็นอย่างมากเพราะเป็นบ่อน้ำแห่งเดียวที่อยู่ในบริเวณนี้ ทั้งใช้ตักดื่ม และตักไปขาย และเป็นสถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างในเมืองและนอกเมือง เมื่อชาวบ้านเดินทางไกลมาจะเข้าเมือง จะแวะพักดื่มน้ำที่บ่อนี้ก่อน และไปธุระ พอเสร็จธุระและจะออกจากตัวเมืองก็จะแวะพักเหนื่อย และดื่มน้ำที่บ่อช้างมูบก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อไป   (ที่มาของภาพ - )