ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
    
 
Untitled Document
Topic : วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละ จังหวัดกาญจนบุรีวันที่ 31 มี.ค. 57 ถึง 31 มี.ค. 57
หลังจากที่ กฟผ.สร้างเขื่อนเขาแหลม (เขื่อนวชิราลงกรณ) ทำให้น้ำท่วมชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอ รวมถึงวัดด้วย หลวงพ่ออุตตมะจึงต้องทำการย้ายวัดที่ถูกน้ำท่วมให้มาสร้างวัดใหม่
เมื่อ พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะท่วมตัวอำเภอเก่ารวมทั้งบริเวณหมู่บ้านชาวมอญทั้งหมด ทางวัดจึงได้ย้ายมาอยู่บนเนินเขาในที่ปัจจุบัน หลวงพ่ออุตตมะได้จัดสรรที่ดินของวัดวังก์วิเวการามให้ชาวบ้านครอบครัวละ 30 ตารางวา ปัจจุบันหมู่บ้านชาวมอญมีพื้นที่ราว 1,000 ไร่เศษ มีผู้อาศัยราว 1,000 หลังคาเรือน ชาวบ้านเกือบทั้งหมดจัดเป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าซึ่งไม่มีบัตรประชาชน หาเลี้ยงชีพโดยการปลูกพืชผักสวนครัวตามชายน้ำ ทำประมงชายฝั่ง คนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งนิยมเป็นลูกจ้างในโรงงานเย็บเสื้อที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้าน   (ที่มาของภาพ - )
สะพานไม้ที่ชาวบ้านแถววัดวังก์ได้ร่วมกันสร้างไว้ เป็นสะพานที่เชื่อมติดต่อระหว่าง ฝั่งด้านตัวอำเภอ กับฝั่งด้านวัดวังก์วิเวการาม โดยข้ามแม่น้ำแควน้อย ปัจจุบันสะพานดังกล่าวได้ชำรุดเนื่องจากน้ำพัดพังประมาณเดือน ก.ค.56 ขณะนี้ยังซ่อมแซมไม่แล้วเสร็จ   (ที่มาของภาพ - มะลิไทยแลนด์)
พื้นที่บริเวณนีเรียกว่า สามสบ เนื่องจากมีแม่น้ำ 3 สายได้แก่ แม่น้ำ รันดี แม่นำซองกาเลีย และแม่น้ำบีคลี่ ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย ณ.บริเวณนี้ ซึ่งเมื่อนั่งเรือผ่านจัดนี้ไป ก็จะเห็นวัดเดิมที่จมน้ำอยู่   (ที่มาของภาพ - มะลิไทยแลนด์)
วัดวังก์วิเวการามเดิม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 220 กิโลเมตร หลังสร้างเขือนได้ถูกน้ำท่วม มีสภาพเหมือนเกาะที่ล้อมรอบด้วยน้ำ ต้องนั่งเรือไป ช่วงน้ำลดก็จะสามารถเห็นตัววัดถึงพื้นวัด ในช่วงน้ำมากจะท่วม    (ที่มาของภาพ - มะลิไทยแลนด์)
ในระยะแรกมีเพียงกุฏิและศาลา มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ แม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ในปี พ.ศ. 2505 ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้ใช้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งตั้งตามชื่ออำเภอเดิม คืออำเภอวังกะ-สังขละบุรี ซึ่งต่อมาถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอ ก่อนที่จะยกฐานะเป็น อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2508   (ที่มาของภาพ - มะลิไทยแลนด์)
พระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ) (พ.ศ. 2453 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดวังก์วิเวการาม ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพระภิกษุที่ได้ความเคารพเลื่อมใสในหมู่คนไทยเชื้อสายมอญและชาวพุทธทั่วไป เป็นพระนักเดินธุดงคกรรมฐาน ออกเดินธุดงค์ไปบำเพ็ญธรรมอยู่บนเขา หลายครั้งเป็นเวลานาน   (ที่มาของภาพ - มะลิไทยแลนด์)
หลวงพ่ออุตตมะ เดิมชื่อ เอหม่อง เกิดเมื่อ พ.ศ. 2453 ที่หมู่บ้านโมกกะเนียง ตำบลเกลาสะ อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง ประเทศพม่า เป็นบุตรคนโตในครอบครัวเชื้อสายมอญ จำนวน 12 คน ของนายโง และนางทองสุก หลังเรียนหนังสือจบจากพม่าเมื่ออายุ 18 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเกลาสะ ได้ศึกษาภาษาบาลี และพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมโท อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเกลาสะ ได้รับฉายาว่า อุตตมรัมโภ แปลว่า ผู้มีความพากเพียรอันสูงสุด โดยได้ตั้งเจตจำนงที่จะบวชไม่สึกจนตลอดชีวิต   (ที่มาของภาพ - มะลิไทยแลนด์)
เมื่อ พ.ศ. 2475 อุตตมรัมโภภิกขุสามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดปราสาททอง อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง ต่อมา พ.ศ. 2484 สอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของคณะสงฆ์ในประเทศพม่า ที่สำนักเรียนวัดสุขการี อำเภอสะเทิม จังหวัดสะเทิม อุตตมรัมโภภิกขุจึงได้เดินทางไปศึกษาวิปัสสนากรรมฐานที่วัดตองจอย และวัดป่าเลไลยก์ จนมีความรู้ความสามารถในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนวิชาไสยศาสตร์และพุทธคมเป็นอย่างดี และชอบออกเดินธุดงค์ไปตามที่ต่างๆในประเทศพม่า
อุตตมรัมโภภิกขุเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกทางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2486 โดยเดินธุดงค์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสวนดอก ก่อนจะออกธุดงค์ไป แม่ฮ่องสอน ตาก เชียงราย น่าน กาญจนบุรี   (ที่มาของภาพ - )
เนื่องจากเหตุการณ์บ้านเมืองในประเทศพม่าขณะนั้น อุตตมรัมโภภิกขุจึงเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้งทางหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดเกาะ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีคนมาแจ้งข่าวว่าที่สังขละบุรีมีชาวมอญจากบ้านเดิมของท่าน อพยพเข้าเมืองไทย และต้องการนิมนต์ท่านไปเยี่ยม ท่านได้พบกับชาวมอญที่อพยพมาจากโมกกะเนียง เจ้าคะเล และมะละแหม่ง และพาชาวมอญเหล่านี้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านวังกะล่าง ถือเป็นจุดกำเนิดของชุมชนชาวมอญในสังขละบุรี   (ที่มาของภาพ - มะลิไทยแลนด์)
ออกเดินทางจาก อ.ทองผาภูมิเพื่อที่จะไปอำเภอสังขละ   (ที่มาของภาพ - ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล)
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ถ่ายจากข้างทางของถนนจากทองผาภูมิไปยังสังขละ จะเห็นพื้นที่ต่ำที่มีน้ำท่วมขังหลังจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม   (ที่มาของภาพ - )
จากการสอบถามชาวบ้าน โดยย้อนไปเมื่อช่วงสร้างเขื่อนว่าสถานการณ์ขณะนั้นเป็นอย่างไร ชาวบ้านเล่าว่าทางการส่วนใหญ่เรียกประชุมผู้นำหมู่บ้านว่าจะมีการสร้างเขื่อนแล้วน้ำจะท่วม ให้เตรียมตัวเพื่อที่จะย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งพวกตนก็ไม่เชื่อว่าน้ำจะท่วมใหญ่กินพื้นที่มากเท่านี้ คิดเพียงว่าน่าจะท่วมเล็กน้อยเหมือนหน้าฝน หลังจากน้ำก็ลด แต่เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จถึงรู้ว่า มันท่วมไร่นาที่เคยอยู่ และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างมาก จากชีวิตชาวป่า ที่หาของป่า ปลูกข้าวพอเลี้ยงตัวเอง วันๆไม่ต้องใช้เงิน มาอยู่แบบชุมชนเมือง ที่ทุกอย่างต้องหาซื้อไปหมด ลูกหลานก็เปลี่ยนอาชีพไปรับจ้าง   (ที่มาของภาพ - )
สมัยก่อนการต่อต้านการสร้างเขื่อนไม่มากเท่าปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันการตื่นรู้ของชาวบ้านมากกว่าเดิมมาก อีกทั้งมี NGO จากด้านนอกมาช่วยให้ความรู้และมาร่วมต่อต้านด้วย การสร้างเขือนในปัจจุบันที่ไปละเมิดสิทธิชุมชนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ภายในวัด จะมีสถานที่สำคัญอยู่ 3 จุด คือ 1.วิหารหลังใหญ่ (ดังภาพ)ของหลวงพ่ออุตตมะ 2.วิหารพระหินอ่อน 3 อุโบสถ   (ที่มาของภาพ - )
วิหารหลวงพ่ออุตตมะ   (ที่มาของภาพ - )
หลวงพ่ออุตตมะ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูอุดมสิทธาจารย์ เมื่อ พ.ศ. 2512 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่พระอุดมสังวรเถร เมื่อ พ.ศ. 2524 และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชอุดมมงคล เมื่อ พ.ศ. 2534   (ที่มาของภาพ - )
หลวงพ่ออุตตมะ เข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ด้วยโรคไต โรคหัวใจ โรคปอด สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ท่านไม่รู้สึกตัวและไม่สามารถลืมตาเองได้เป็นเวลากว่า 1 ปี จนกระทั่งเกิดอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง และมรณภาพจากการติดเชื้อในกระแสโลหิตจากภาวะปอดอักเสบ เมื่อเวลา 7.22 น. ของวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 อายุรวม 97 ปี   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
วิหารพระหินอ่อน   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
งาช้างแมมมอสภายในวิหารพระหินอ่อน   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
พระอุโบสถ ปกติจะปิด จะเปิดเฉพาะเวลาทำพิธีทางสงฆ์เท่านั่น    (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ในวัดมีการก่อสร้างเจดีย์จำลองแบบจาก เจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2518 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2529   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ทางที่จะไปสู่สะพานไม้มอญ ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุด สร้างโดยชาวบ้านบริเวณนี้ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำในบริเวณของการเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำ 3 สาย (ซองกาเลีย บีคลี่ รันตี)   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
สองฝั่งของแม่น้ำ ปัจจุบันได้ทำธุรกิจล่องแพ เพื่อชมธรรมชาติของ2 ฝั่งแม่น้ำ   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ประมาณเดือน กค.57 สะพานขาดตรงกลางเนื่องจากกระแสน้ำพัดแรง ทำให้ไม่สามารถเดินติดต่อระหว่างฝั่งวัด และฝั่งทางอำเภอได้ แม้ปัจจุบัน (31 มีค.57) สะพานดังกล่าวยังสร้างไม่เสร็จ ชาวบ้านจึงสร้างแพด้านใต้ เพื่อเดิมข้ามแทนสะพานไม้เดิมที่ชำรุด   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
จุดที่สะพานไม้หักชำรุดที่ยังไม่ได้ซ่อมแซม    (ที่มาของภาพ - )
จุดที่สะพานไม้ชำรุด   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
แพที่ชาวบ้านทำทดแทนสะพานไม้เดิมที่ชุดรุด โดยมีช่องให้เรือลอดผ่านได้   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ชาวบ้านเปลี่ยนอาชีพมาทำการค้าขายให้กับนักท่องเที่ยว   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
เจดีย์พุทธคยา เมื่อถ่ายจากมุมสูงบนหอระฆัง   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
บริเวณสะพานไม้ ถ่ายจากจุดชมวิว   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
กองพันทหารช่างที่ 9 ได้เข้าไปทำการซ่อมสะพานมอญในส่วนที่ขาด โดยสะพานมอญแห่งนี่มีความยาว 850 เมตร เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และยาวเป็นที่ 2 ของเอเซีย ค่า   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
โดยการก่อสร้างได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดี   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ทำการเปิดสะพานเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2557   (ที่มาของภาพ - จาก Web site (ขออนุญาตนำลง ณ.ที่นี้ด้วย))
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
กลางคืนมีการแสดงแสงสีเสียง   (ที่มาของภาพ - จาก Web site (ขออนุญาตนำลง ณ.ที่นี้ด้วย))
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )