DOH Change การบริหารการเปลี่ยนแปลงกรมอนามัย
literacy ,ความรอบรู้ด้านสุขภาพ

Topic : Health Literacy Summary

 
  1. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) สำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องทำ.
  2. การขับเคลื่อน Health Literacy ในประเทศไทย
  3. นิยามของ Health Literacy
  4. การประชุมต่างๆเกี่ยวกับ Health Literacy.
  5. แผนภาพต่างๆที่สรุปเกี่ยวกับ Health Literacy
  6. เอกสารอ้างอิง

Health Literacy สำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องทำ

HL ถูกอ้างในที่ประชุมส่งเสริมสุขภาพโลก (global Health Promotion Conference) 2 ครั้ง
  1. การประชุมส่งเสริมสุขภาพโลกครั้งที่ 6 ที่ กรุงเทพฯ ได้กล่าวถึง Health Literacy ว่ามีความจำเป็นที่จะต้อง Build Capacity ให้ประชนมี Health Litercy แต่ในBangkok Charter 2005 ไม่ได้เน้นอย่างเด่นชัด (แฝงอยู่ใน Build Capacity ใน Bangkok Charter) ประเทศต่่างๆจึงไม่ได้ดำเนินการ ยกเว้นประเทศจีนได้นำ Health Literacy ไป Implement อย่างจริงจัง โดยได้ทำการสำเร็จ Base line data ของความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนจีน ข้อมูลจากการสำรวจทำให้สามารถนำไปวางแผนในการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน รวมถึงสามารถติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการ ซึ่งประสบการณ์จากประเทศจีน นับเป็น Lesson Learn สำหรับประเทศไทย
  2. การประชุมส่งเสริมสุขภาพโลกครั้งที่ 8 ที่ เซี่ยงไฮ้ ในปี 2016 ได้ออก Shanghai declaration สิ่งจำเป็น 3 เรื่องที่จำเป็นต้องดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ
    1. พัฒนาคนให้มี Health Literacy
    2. พัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เป็น Healthy City
    3. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มี Governance.

การขับเคลื่อน HL ในประเทศไทย

  1. ในระดับประเทศ
    1. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) แต่งตั้งตาม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 มีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดกการปฏิรูปในด้านต่างๆ
    2. สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท) หลังจาก สปช.ถูกยุบลง สปท.ทำหน้าที่ศึกษาและปฏิรูป 11 ด้านต่อจาก สปช. โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศในแต่ละด้าน โดยด้่านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มี พญ.พรพันธ์ุ บุญยรัตนพันธุ์ เป็นประธานกรรมาธิการ ซึ่งได้บรรจุเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ เป็นประเด็นที่จะต้องปฏิรูปด้วย โดย สปท.ได้ส่งข้อเสนอในเรื่องการปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ ให้แก่ นายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อนำสู่การขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม
    3. ประเด็นเกี่ยวข้องที่สำคัญ
      1. ให้เรื่องความรอบรู็ด้านสุขภาพเป็นวาระแห่งชาติ
      2. มีการจัดตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพแห่งขาติ
      3. ให้มียุทธศาสตร์และกลไกในการขับเคลื่อนด้านความรอบรู้ด้านและการสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพ มีระบบการประเมิน โดยเน้นผลลัพธ์ให้ประชาชนมีความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเองได้ (Self Management) และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
      4. ตัวชี้วัด คือ
        1. Process
          1. อัตราการได้รับข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
          2. ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น
          3. ประชาชนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น
        2. Outcome Impact
          1. ประชาชนมีอัตราการเจ็บป่วยลดลง
          2. ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลลดลง
  2. ในระดับกระทรวง
    1. กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับ Health Literacy ได้แก่ กระทวงศึกษา สาธารณสุข กระทรวงดิจิทัล และมหาดไทย ต้องร่วมกันขับเคลื่อนให้คนไทยมี Health Literacy.
    2. กระทรวงสาธารณสุข เป็นการขับเคลื่อนร่วมกันระหว่าง กรม สบส.โดยกองสุขศึกษา กรมอนามัย โดย สขรส. (สำนักงานโครงการขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อความรอบู้ด้านสุขภาพ) เป็นแกนในการประสานกรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนา HL ในคนไทย
    3. กำลังจัดตั้งสมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งประเทศไทย โดยสมาชิกของสมาคมมาจากทุกภาคส่วนที่จะมามีส่วนร่วมในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพให้คนไทย
    4. กรมฯต่างๆในกระทรวงสาธารณสุข และภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันร่าง Key message เพื่อที่สื่อ Message เหล่านั้นให้แก่ประชาชน เพืีอที่จะสามารถนำไปปรับใช้ได้ อีกทั้งใช้เป็นเครื่องมื่อในการหา HL ของคนไทย
  3. ในหน่วยงานกรมอนามัย
    1. ผลักดัน HL เป็นประเด็นสำคัญใน PP & P Excellence.
    2. การพัฒนาโครงสร้างองค์กร
      1. ในระดับส่วนกลาง ได้จัดตั้งสำนักงานโครงการชับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน (สขรส)
      2. ในระดับศูนย์เขต ได้มีการกำหนด งานพยาบาลให้คำปรึกษา ในกลุ่มการพยาบาลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อที่จะพัฒนาให้ รพ.เป็น รพ.รอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Hospital) เพือที่จะขยายผลสู่ รพ.ของ สป. ต่อไป

นิยามของ HL

  1. HL หมายถึง ทักษะในด้านของปัญญา และสังคม ในการที่จะ เข้าถึง (Access) เข้าใจ (Understand) ประเมิน (Appraise) และตัดสินในนำไปใช้ (apply) ในการส่งเสริมและธำรงไว้ซึ่งสุขภาพดี

การประชุมต่างๆเกี่ยวกับ Health Literacy.

  1. Workshop Health Literacy ห้องประชุมกำธร กรมอนามัย อาจารย์ชะนวนทอง
  2. HL การประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย รร. Prince Palace

สรุปแผนภาพต่างๆเกี่ยวกับ Health Literacy

รูปที่ 1. สังคมในอนาคต จะเป็นสังคมที่มีความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลาย (Demand) และมีความซับซ้อนมาก คนในสังคมที่จะอยู่ในสภาพสังคมเช่นนี้ได้ต้อง ต้องมีทักษะและความสามารถ (skill & Ability) ในการเข้าถึงข้อมูล ทำความเข้าใจข้อมูลข่าวสารเหล่านั้น และสามารถประเมินทางเลือกที่จะเกิดผลดีต่อสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ตามแนวทางที่ตนได้ทำการประเมินไว้

WHO : ได้กำหนด Frame work นี้ขึ้นโดย

  1. ปัจจัยกำหนดสุขภาพ ประกอบด้วย Personal Determinant และ Situational Determinant โดย determinant ที่เกี่ยวกับสุขภาพนั้นประมาณร้อยละ 20 ที่เหลือ 80% เป็น social Determinant
  2. ประชาชนต้องสามารถที่จะ เข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และนำไปใช้ ใน 3 มิติที่สำคัญคือ การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการรับบริการสุขภาพ
  3. ผลลัพธ์ชองการมีคงามรอบรู้ด้านสุขภาพคือ
    1. ประชาชนสามารถใช้บริการสุขภาพอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป -->ลดต้นทุนการบริการ
    2. ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพทีเหมาะสม -->Health Outcome ดีขึ้น
    3. การมีส่วนร่วมในด้านสุขภาพจะดีขึ้นนำไปสู่ -->เพิ่มพลังอำนาจให้ประชาชน (Empower) ไปสู่การจัดการตนเองทางสุขภาพได้
    4. ความเท่าเทียมจะดีขึ้น -->ความยั่งยืน (sustainable)

รูปที่ 3 ภาพนี้ปรับจาก WHO ของประเทศไทยการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพมีปัญหา จึงเพิ่มเป็น 4 มิติ คือ การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การไปรับบริการสุขภาพ และ เพิ่มในเรื่อง การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสขภาพ

รูปที่ 4 ลูกเต๋า เป็นการเพิ่มจาก 2 มิติ เป็น 3 มิติ คือเพิ่มเรื่องกลุ่มวัย มิติที่ 1 (เข้าถึง เข้าใจ ประเมิน ใช้ ) มิติที่ 2 (ป้องกัน ส่งเสริม ใช้บริการ ใช้ผลิตภัณฑ์ ) มิติที่ 3 คือ (4 กลุ่มวัยตาม Life Course Approach)

รูปที่ 5 จากเข้าถึง เข้าใจ เพิ่มโต้ตอบ ซักถาม แลกเปลี่ยน ตัดสินใจ แล้วเปลี่ยนพฤติกรรม จากนั้นบอกต่อ

รูปที่6 ดัดแปลง SRM ของอาจารย์อมร นนทสุต โดยในส่วนของภาคีเครือข่าย จะสร้าง HLH( Health Literate Hospital 150 รพ.ก่อน โดย รพ.กรมอนามัยจะต้องนำร่องให้ได้ก่อน) และ HLO (โรงเรียน โรงงาน )

รูปที่ 7 เป้าหมายระยะสั้น

รูปที่ 8 เป้าหมายระยะยาว

รูปที่ 9 การดำเนินการเพิ่มให้สอดคล้องกับข้อเสนอ 13 ข้อ ของ สปท.

เอกสารอ้างอิง

  1. Health Literacy WHO
    1. Health Literacy Solid Fact WHO
    2. Health Literacy Soild Fact WHO - Thai Short Note
  2. Health Literacy ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อเสนอของ สปท.
    1. ข้อเสนอของ สปท.ในเรื่องการปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ / 1 Page Summary
  3. Health Literacy นโยบายและการขับเคลื่อนโดยกรมอนามัย
    1. Health Literacy นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย  / PPT
    2. การขับเคลื่อน Health Literacy กรมอนามัย
    3. Health Literacy รศ.ดร..ชนวนทอง ธนสุกาญจน์
    4. แบบประเมินตนเองในการเป็นองค์รอบรู้ด้านสุจภาพ (Health Literacy Self Assessment)
  4. HL ในที่ประชุมวิชาการกรมอนามัย
    1. HL Plenary Session summary
    2. ประสบการณ์ของประเทศจีน Mr.Wang Hao
    3. Health Literacy ทพ.จเร วิชาไทย
    4. ร่าง Key Message (ผลจากการประชุม กรมฯต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข และภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง)
  5. อื่นๆ
    1. Environmental Health Litearcy นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล บรรยาย 20 มีนาคม 60 ชะอำ
    2. SRM Health Literacy
 
น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล Web Site เพื่อการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้
Dr.Chonlatit Urairoekkun M.D.,M.P.H.,M.B.A. - Director of Health Promtion Center Region 5 - Ratchaburi