DOH Change การบริหารการเปลี่ยนแปลงกรมอนามัย
Untitled Document

Topic : Input ในเรือ่งการบริหารการเปลี่ยนแปลง

กลับหน้าเดิม
  1. ความเชื่อมโยงระหว่าง 3D,3R,3H -->3L-->3S
  2. การมอบนโยบายการพัฒนาระบบราชการกรมอนามัย โดย อธิบดีกรมอนามัย
  3. Strategic Objective Lead , Lean , Learn จากอธิบดี
  4. One Pages Summary "DOH Change for National Lead "
  5. Product Line (Value Change) ของการส่งมอบผลิตภัณฑ์จากกรมอนามัยผ่านศูนย์อนามัยไปยังเขตสุขภาพ เพื่อส่งมอบสู่ประชาชนในท้ายที่สุด
  6. การบริหารแบบคร่อมสายงาน

ความเชื่อมโยงระหว่าง 3D,3R,3H-->3L-->3S

นิยาม
  1. Dream= ต้องสร้่างฝันอันยิ่งใหญ่ (Big Dream) และต้องหลุดจากความคิดเชิงปัญหา จนออกจากปัญหาไม่ได้
  2. Design = ต้องสร้างระบบที่เกิดธรรมาภิบาลในการเอื้อประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ด้วยมุ่งหวังสู่การมีสุขภาพที่ดีและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุชภาพดี
  3. Drive = ต้องทำฝันให้เป็นจริงด้วยการบริหารจัดการ (Management) เพราะการจัดการจะทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ เพราะการจัดการเป็นอิทธิปัญญา หรือปัญญาที่ที่ให้เกิดความสำเร็จ
  4. Retreat = ทบทวนอดีต ต้องกลับมาทบทวนอดีตเพื่อสรุปกับตนเองว่ามีจุดแข็งอะไร และสำเร็จมาได้อย่างไร เพื่อมองไปข้างหน้าในการสร้างจินตนาการ (Dream)
  5. Re Role = ปรับบทบาท เพื่อให้เหมาะสมกับระบบใหม่ที่ Design ขึ้นมา ต้องปรับบทบาทให้สอดคล้องเหมาะสม
  6. Re Structure = ปรับกลไก และ โครงสร้างระบบที่รองรับอนาคต ต้องเป็นกลไกที่สอดรับ อาจจำเป็นต้องปรับโครงสร้างและกลไกต่างๆ ให้สามารถขับเคลื่อน (Drive) ด้วยปัญญาไปสู่จินตนาการที่ฝันไว้ (Dream)
  7. Head  = ส่วนนำ เพื่อให้การนำองค์กรสามารถกำหนดทิศทาง กำกับดูแลตนเองที่ดี มีการสื่อสาร ทบทวนและพัฒนาระบบ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และดำเนินการอย่างมีจริยธรรม
  8. Heart = ส่วนสนับสนุน หัวใจของการขับเคลื่อนคือการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติที่ต้องประสาน สนับสนุนให้องคาพายพทั้งมวล มีชีวิต มีพลังในการไปสู่จินตนาการที่เป็นเป้าหมาย
  9. Hand = ส่วนดำเนินการ การขับเคลื่อนต้องเป็นเอกภาพให้บรรลุวิสัยทัศน์ นโยบาย แนวทางขององค์กร ที่ทุกภาคส่วนต้องเข้าใจที่มาและความหมาย 
  10. Lead = ยกระดับการนำของกรมฯและหน่วยงาน ทั้งระดับชาติ ระดับพื้นที่ ทั้งเชิงประเด็น และเป้าหมายในแต่ละระดับ โดยการชี้นำ (Advocate) การกำหนดกลไกขับเคลื่อน (Drive) การพัฒนานโยบายยุทศาสตร์ (Authority power) สู่การบรรลุเป้าหมาย ด้วยการกำกับติดตามประเมินผลอย่างเข้มข้น (Intensive M&E)
  11. Lean = ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานหลัก (Re process) ให้สอดคล้องกับภารกิจหลัก (Core Business) โดยการปรับวิธีคิด (Re thinking) ปรับมุมมอง (Re Orientation) ปรับบทบาท (Re role) ตามโครงสร้างการทำงานใหม่ (Re Structure) มุ่งสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ (เพิ่มงานตามภารกิจหลัก และลดงานที่ไม่สร้างคุณค่า หรือ Waste) และเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม
  12. Learn = สร้างความมุ่งมั่นในบุคคลทุกระดับทั่งทั้งกรม ให้ทำงานบนฐานความรู้ (Learning Personnel) องค์กรแห่งการเรียนรู้ในทุกระดับ (Learning Organization) สู่การทำงานที่เป็นเลิศ (Excellence) ระดับประเทศและ ASEAN
  13. Strong คือองค์กรที่มีระบบที่เป็นเลิศ มีบุคลากรที่มีความสามารถ สามารถที่จะพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เป็นที่ตอบสนองต่อความต้องการและปัญหาสาธารณสุของพื้นที่ และได้รับการยอมรับใน Brand ของกรมอนามัย 
  14. Smart คือการทำ Core Function เพื่อให้บรรลุ Core Business ได้อย่าง Smart ทั้ง smart inspector ,Smart Technical Supporter ,Smart Project (เป็นชุดโครงการ ไม่ใช่ Fragment Projects),Smart Research (เป็นชุดโครงการวิจัยที่คนนำไปใช้ ไม่ใช้ Fragment research noone reference) และ smart KPI  ซึ่งการ Smart นั้นสามารถ Smart ได้โดยไม่ต้องทำงานหนัก
  15. Smile คนทำงานมีความสุข ด้วยบรรยากาศการทำงานที่ดี มีความรัก สามัคคี (Harmony) การแบ่งปัน และการเรียนรู้ร่วมกัน อิ่มเอิบด้วยแรงยิ้มที่ภูมิใจเพราะงานได้ผล คนเป็นสุข
  16. PMQA = Public Managemet Quality Award คือ มาตรฐานการจัดการภาครัฐที่พวกเราคุ้นเคย ประกอบด้วย 7 หมวด ได้เแก่
    1. Leader (การนำองค์กร)
    2. Strategic Mangement (การบริหารกลยุทธ์)
    3. Customer and stakeholder Focus (การมุ่งเน้นลูกค้าและผู้มีส่วยได้ส่วนเสรี)
    4. Measure Analysis and Knowledge Mangement (การวัด/วิเคราะหฺ์ และการจัดการความรู้)
    5. Personnel Focus (การมุ้งเน้นบุคลากร)
    6. Process Management (การบริหารกระบวนการ)
    7. Result (ผลลัพธ์)
  17. six building blocks หรือ 6 BB เป็น Conceptual Framework for Health System ของ WHO  โดย Input ที่จะให้ให้เกิด Outcome ทั้ง 4 (Health , Responsiveness,Financial Protection,Efficiency) ประกอบด้วย 6 Blocks ได้แก่
    1. Service Delivery
    2. Workforce
    3. Information.
    4. Finance.
    5. Drug , Equipment and Technology.
    6. Leadership and Governance ประกอบด้วย 6 หัวข้อย่อยได้แก่
      1. Intelligence and oversight
      2. Policy guidance.
      3. System Design
      4. Collaboration and coalition building
      5. M&E
      6. Acccontability.
หมายเหตุ 10-12 จาก นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ ข้อ 1-9 จากคุณพิษณุ แสนประเสริฐ

การมอบนโยบายเรื่องการพัฒนาระบบราชการกรมอนามัย

  1. การสร้างภาวะผู้นำ การนำองค์กรแบบมีส่วนร่วม เน้น 3D
    1. Dream
    2. Design
    3. Drive
  2. การบริหารเชิงยุทธศาสตร์ กำหนดทบทวน บทบาท พันธกิจ กำหนดเข็มมุ่ง (Strategic focus) การมุ่งเน้นให้เป็นผลประจักษ์และสัมผัสได้ 
    1. Core business (Lean เชิงมหภาค)
    2. Core value (Lean เชิงมหภาค)
    3. การแบ่งหน้าที่ และการจัดโครงสร้าง 3H
      1. Head – Navigation Function
      2. Heart - Supportive function
      3. Hand – Operative Function
  3. การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดหลักธรรมาภิบาล วางระบบการทำงาน และลดการใช้ดุลพินิจ -- (Lean ระดับจุลภาค)
    1. SOP / Law
    2. Value chain , Flow chart
    3. Work process
  4. การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Learn) จะนำมาใช้ในวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ และการให้รางวัล ไม่ใช้เพื่อการลงโทษ
    1. Performance Management Analyst & Review 
      1. Performance Agreement
      2. Individual Score card
      3. IDP
      4. Work Environment Adjustment ,Job rotation
    2. HR Strategy
  5. การขับเคลื่อนบนฐานความรู้ พัฒนา ปรับปรุง และสร้างนวัตกรรม ความรู้ tool , Technology (Learn)
  6. วัฒนธรรมองค์กร วิถีที่ยั่งยืน HEALTH (Learn)  รูปธรรมคือทำโรงพยาบาลคุณธรรม โดยหาว่า ความดีอะไรที่อยากทำ และปัญหาอะไรที่อยากแก้  และสร้างรูปธรรมที่จะทำให้
    1. Health
    2. Ethics
    3. Achievement
    4. Learning
    5. Trust
    6. Harmony.
  7. สรุป สิ่งที่จะไปให้ถึง คือ กรมมอนามัย เป็นกรมคุณภาพคู่คุณะธรรม

Strategic Objective


One Pages Summary DOH Change to National Lead 

อธิบายรูป

  1. เพื่อให้กรมอนามัยไปสู่ National Lead ตามวิสัยทัศน์  กรมอนามัยได้กำหนดยุทธศาสตร์ 3L หรือ Lead , Lean ,Learn  โดยเป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ของ Lead ,Lean ,Learn ตามหัวลูกศรคือ
    1. เป้าประสงค์ของ Learn เป้าประสงค์ เพื่อ สร้าง บุคคลเรียนรู้ (Learning Personnel) เพื่อต่อยอดไปสู่องค์กรเรียนรู้ (Learning Organization) ซึ่งจะมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในท้ายที่สุด (In search of Exellence)
    2. เป้าประสงค์ของ Lean คือ ปรับเปลี่ยน กระบวนการ เพื่อให้ไปสู่ คุณภาพ (Quality)  ประสิทธิภาพ (Efficiency) มีคุณธรรม(Moral) โปร่งใส  ตรวจสอบได้ (Account) การที่จะทำให้งานมีคุณภาพ ประสิทธิภาพได้ต้องเป็น Lean organization หรือองค์กรที่ไม่มีไขมัน ไขมันขององค์กรคือ Waste ซึ่งความหมายของ Waste ในที่นี้คือ ผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า หรือ กระบวนการถัดไป
    3. เป้าประสงค์ของ Lead คือ  ยกระดับการนำเพื่อให้เป็น National Lead กรมอนามัยต้องเป็นสำนักเลขานุการให้กับคณะกรรมการสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับชาติ เพื่อที่จะชี้นำ (Advocate) ระดับชาติ ในเรื่องของ นโยบาย(Policy) กลยุทธ์ (Strategy)  ,Guideline , กฎหมาย (Law) , มาตรฐาน (Standard) และชุดสิทธิประโยชน์ (Benefit package) และทำเรื่องการประสานภาคีทุกภาคส่วนทั้ง Health & Non Health sectors (Inter Sectoral  collaboration) และ กำกับติดตามประเมินภาพรวมระดับประเทศของระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และการนิเทศและการตรวจราชการ
  2. การที่จะไปสู่เป้าประสงค์ของ Lead ,Lean ,Learn จะทำใน 3 ประเด็น (วงกลมล้อม 3 เหลี่ยม Lead ,Lean ,Learn) คือ
    1. พัฒนา 3 เสาหลัก (Pillar) ให้เข้มแข็งคือ เสาหลักการบริการ (Service Center) เสาหลักข้อมูลข่าวสาร (Information Center) และเสาหลักการพัฒนาเทคโนยี (Research & Model Development Center)
    2. ปรับกระบวนการ (Process) ในการสร้างผลิตภัณฑ์ตาม Business Process ที่ได้ออกแบบใหม่(แผนภาพที่ 2)  ทั้ง Product for Leading (Policy,Strategy,Law,Standard,Benefit Package)  และ Product for technical support   (Technology,Intervention,Tool/Model/Knowledge/Research) โดย value Chain ของสายการผลิตจาก Production Unit ไปสู่ End Users จะมีกระบวนการได้แก่ การผลิต (Production) การคัดกรองและเลือกสรร (Screen & Select) การปล่อยตัวผลิตภัณฑ์เพื่อไปใช้ในเขตสุขภาพ (launch) การกระจายผลิตภัณฑ์จาก ผู้ผลิต ไปยังศูนย์เขต เขต จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านจนไปถึงประชาชนและชุมชน และการประเมินผลผลิตภัณฑ์ (Evaluation)
    3. ปรับองค์กร ทั้งด้านโครงสร้างเพื่อให้เหมาะสมกับกระบวนการใหม่ที่มีการปรับเปลี่ยน (Structure) การสร้างค่านิยมหลักให้ไปสู่องค์กรเรียนรู้  และองค์กร Lean รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรกรมและทุกหน่วยงานของกรม Smile , Smart และ Strong ซึ่งจำเป็นต้องทำการ Renovate Brand ของกรมอนามัยให้กลับมาเหมือนอดีต เพราะถ้า Brand ดีแล้ว จะส่งต่อการยอมรับใน Product ที่ผลิต  และการยอมรับในเรื่องของการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer)  ,การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย (Training Health workforce)  การสร้างเอกภาพให้กับระบบการส่งเสริมสุขภาพอนามัยสิ่งแวดล้อม (coalition building) รวมถึงการยอมรับของบทบาทของการเป็น Regional Lead ของศูนย์เขต
  3. แกนกลางคือ แกนกลางที่จะหมุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือการบริหารการเปลี่ยนแปลง (CM) ซึ่งการบริหารการเปลี่ยนแปลงจะทำให้สำเร็จได้ ต้องใช้ C2, E2 , M&E โดย
    1. C2 คือ การสื่อสาร (Communication) ให้เกิดความรู้สึกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อไปสิ่งที่ดีกว่า หรือ Sense of urgency   จากนั้นก็ไปสู่ขึ้นตอนของการเพิ่มความสามารถที่จะทำให้บรรลุเป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ หรือเรียกว่า  Capacity Building
    2. E2 คือ การเพิ่มความสามารถให้กับบุคคล หรือ Empower รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ซึ่งต้องสร้างอาสาสมัครที่เป็นกองทัพเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Volunteer army) การเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องการมีส่วนร่วมจากทุกคน ไม่เฉพาะระดับทีมนำหรือหัวหน้าเท่านั้น  ซึ่งอาจจะต้องมีการบริหารแบบคร่อมสายงาน ควบคู่กับการบริหารตามสายบังคับบัญชา
    3. M&E  การมีแผนการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ดีต้องคู่กับระบบการติดตามกำกับที่เข้มข้น โดยระดับกรมจะมี Chief Change Leader คือท่านอธิบดี  มี Chief Change Office และ Change Officer ระดับกรมฯ และในระดับหน่วยงานก็จะมี CCO และ CO ระดับหน่วยงาน

Product Line / Value Chain  

Dowload DOH Production Line (pdf)

ทำไม ต้องทำ Product Line ที่ชัดเจน

  1. หลักการตลาด คือ การส่งมอบผลิตภัณฑ์(Products) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า (End Customer) หรือผู้ใช้ (End Users)  ระหว่างทางระหว่างผู้ผลิต กับ End Customer นั้นยังมีตัวกลางๆต่างๆมากมายที่จะส่งมอบคุณค่าไปเป็นทอดๆจนถึงผู้บริโภคคนสุดท้าย
  2. Marketing Definition :
    1. Marketing is the performance of business activities that direct the flow of goods and services producers to customers or users.
    2. Marketing is getting the right goods and services to right people at the right place at the right time  at the right price with the right communicaction and promotion.
    3. Marketing is the social process by with individual and groups obtain what their need and want through creating and exchanging products and value with others.
  3. Products
    1. Product is anything that can be offerd to someone to satisfy a need or want
    2. Product is anything that can be offered to a market for attention,acquisition,use, or consumption that might satisfy a want or need. It includes physical objects , services ,persons ,places organization and ideas.
  4. Product hierarchy ตัวอย่าง Hierarchy ของ Life insurance.
    1. Need family = The core need that actualized the product familty .Example : Security.
    2. Product family = All the product classes that can satisfy the core need with more or less effectiveness . Example Saving and income.
    3. Product class = A group of products within the product family that are recognized as having certain function coherence .Example Finaicial Instrument.
    4. Product line = A group of products within a product class that are closely related , because they function in a similar manner or are sold to the same customer groups or are marketed through the same type of outlets or fall within given price range. Example life insurance.
    5. Product type .Those items within product line that share one or several possible forms or product .Example term life.
    6. Brand  the name associated with one or more items in the product line that is uesd to identify the source or character or item(s) Example >Prudential.
    7. Item A distinct unit within a brand or product line that is distinguishable by size ,price , appearance, or some other attribute . The item is call a stockkeeping unit , a product variant or subvariant . Example Renewable.
 
 

การบริหารแบบคร่อมสายงาน (Cross Functional Management)

ประเด็น ทำไมต้องบริหารคร่อมสายงาน

  1. การบูรณาการเป็นปัญหาที่สำคัญในการทำงาน เนื่องจากโครงสร้างองค์กรมักจัดตาม function หรือตามสายวิชาชีพ ซึ่งสามารถที่จะจัดการงานประจำได้ แต่งานที่เป็นวาระหรือเป็นปัญหาที่สำคัญนั้น จำเป็นต้องใช้หลาย function ในการไปจัดการปัญหา จึงจำเป็นต้องใช้การบริหารแบบคร่อมสายงาน
  2. ระบบการจัดงบประมาณนั้น จัดงบประมาณเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาที่สำคัญที่เป็นวาระแห่งชาติ (Agenda base) หรือปัญหาที่สำคัญของพื้นที่ (Area base) เพิ่มขึ้น และจัดงบประมาณให้กับ Function น้อยลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบบุคลากร ส่วนงบดำเนินการหรืองบลงทุนจะไปเพิ่มในงบที่เป็น Agenda base หรือ area base
  3. การปรับโครงสร้างองค์กร (organization structure) เพื่อรวม Function ที่มีความเกี่ยวข้องกันนั้น เป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา  การแก้ปัญหาจึงใช้กลไก ของการบูรณาการแบบคร่อมหรือข้ามสายงานแทน
  4. มีหลักฐานเชิงประจักษ์แล้วว่า การบริหารแบบ function ที่มีสายบังคับบัญชาแบบแท่ง (Hierachy) น้้น มีประสิทธิภาพสู่การบริหารแบบผสมผสาน โดยให้ function ทำงานประจำ แล้วใช้การบริหารแบบคร่อมสายงานเพื่อหนุนเสริมเติมเต็มการบริหารแบบ Function จะทำให้งานมีประสิทธิภาพมากกว่า และสามารถสร้่างสรรค์นวัตกรรมได้สูงกว่า การใช้งบประมาณเกิดความประหยัดและมีประสิทธิภาพมากกว่า

การบริหารแบบคร่อมสายงานของกรมอนามัยและศูนย์อนามัย

  1. ระดับกรม
    1. ทีม Cluster ประกอบด้วย 6 Cluster (5 กลุ่มวัย + 1 สวล) โดยมีรองอธิบดีเป็นประธาน cluster
    2. ทีมสนับสนุน ประกอบด้วย 3 ทีมสนับสนนได้แก่
      1. ทีมการเงิน การคลัง งบประมาณ และการบัญชี หรือทีม Fin
      2. ทีม KM , Information & Surveillance System หรือ ทีม KISS
      3. ทีม HR
  2. ศูนย์อนามัย
    1. ทีมจังหวัด
    2. ทีมกลุ่มวัย และ สิ่งแวดล้อม

เอกสารอ้างอิง

  1. Smart Regulator Team นพ.วขิร เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย,
  2. DOH Change Manual
น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล Web Site เพื่อการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้
Dr.Chonlatit Urairoekkun M.D.,M.P.H.,M.B.A. - Director of Health Promtion Center Region 5 - Ratchaburi