DOH Change การบริหารการเปลี่ยนแปลงกรมอนามัย
Untitled Document

การบริหารการเปลี่ยนแปลงสู่ Regional Lead & Supporter ที่หัวหิน

กลับหน้าเดิม
  1. การมอบนโยบายการเป็น Regional Lead โดยอธิบดีกรมอนามัย
  2. ประชุมกลุ่มแยกตาม function
    1. ส่งเสริมสุขภาพ
    2. อนามัยสิ่งแวดล้อม
    3. ยุทธศาสตร์  , One Page Summary
    4. รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัย 1,3,5,7,12,13
    5. รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัย 2,4,6,8,9,10,11
    6. ผอ.ศูนย์
  3. ภาพกิจกรรม

การมอบนโยบาย การเป็น Regional Lead  Power Point นำเสนอ

  1. การจะเป็น Regional Lead นั้นต้องตอบตัวเอง ว่า
    1. จะ Lead ใคร จะนำผ่านใคร  มีเครือข่ายที่จะส่งมอบเป็นอย่างไร users หรือ Agent หรือ Dealer คือใคร และ End User คือใคร
    2. Lead เพื่ออะไร  ตอบไม่ยาก คือ เพื่อสุขภาพของประชาชน
    3. ปัจจัยที่ทำให้เขาตามเรา  คือ การรอบรู้ทางวิชาการ (Acedemic Power)
  2. ทำไมต้องเปลี่ยนแปลง
    1. การเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทั้งทางด้านเทคโนโลยีและด้านวิชาการ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านวิชาการและเทคโนโลยี
    2. ทำให้สามารถที่จะดำรงไว้ซึ่งภารกิจ อย่างมีคุณค่า และมีศักดิ์ศรี
    3. รัฐบาลมียุทธศาสตร์ชาติ ด้าน มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งจำเป็นต้องมีการปฏิรูปหลายอย่าง  การบริหารราชการแผ่นดินนั้น เป็นการแบ่งอำนาจ (Deconcentration)  กรม/กอง/สำนัก/ศูนย์   สามารถทำงานภายใต้อำนาจที่หัวหน้าส่วนราชการแบ่งอำนาจให้ การดำเนินการจึงเป็นการทำ Functional base เป็นงานประจำของกอง/สำนัก/ศูนย์ โดยทำตาม Function   แบบ Routine ตาม Funtion ของตัวเอง โดยอาจจะไม่สนองตอบปัญหาของประชาชน  ซึ่งการปฏิรูปนั้นรัฐบาลจะมาเน้นการบริหารจัดการแบบ Agenda base เพื่อบูรณาการภาคส่วนต่างๆเพื่อแก้ประเด็นปัญหาใดปัญหาหนึ่ง หรือปัญหาที่เป็นปัญหาเฉพาะของพื้นที่ (Area base) ซึ่งแนวโน้มของการบริหารจัดการนั้น จะมาเน้นที่ Agenda base และ Area base มากขึ้น เพราะตอบสนองต่อประชาชนมากกว่า โดยแนวทางในการดำเนินการจะวิธีทางงบประมาณ โดยจัดสรรงบประมาณในส่วนของ Functional base ลดลง และเพิ่มสัดส่วนของ Agenda & Area base มากขึ้น
    4. ยุทธศาสตร์ชาติ (รายละเอียด)
      1. มั่นคง โดยลดความขัดแย้งภายในประเทศ และเพิ่มความมั่นคงภายในโดยกำหนดจุดยืนที่สมดุลระหว่างมหาอำนาจ 2 ขั้ว (ขั้วจีน+รัสเซีย กับขั้ว อเมริกา+ยุโรป)
      2. มั่งคั่ง ก้าวข้าม Middle income country
      3. ยั่งยืน ประกอบด้วย
        1. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้อย่างประหยัดและยั่งยืน
        2. ทรัพยากรมนุษย์ จะทำอย่างไรที่จะพัฒนาคุณภาพในทุกกลุ่มวัย ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงสาธารณสุข
  3. DOH change to National Lead  (ภาพ DOH Change to National Lead)
    1. Lean ทั้ง Macro Lean & Micro Lean จะ Lean ไห้ได้ ต้อง
    2. Learn ซึ่ง มี 3 steps
      1. Learning Organization
      2. Learning Organization
      3. Excellence  ยกตัวอย่าง กรมสุขภาพจิต ซึ่งแบ่งการพัฒนาเป็น 3  steps ได้แก่
        1. General Mental Health & Psychiatry ต้องทำให้ได้ไม่ด้อยกว่า รพ.ของ สป.
        2. Super specialize service เหนือกว่า สป.ในบางเรื่อง
        3. Excellence Institute  ในระดับชาติ และ Benchmark กับนานาชาติได้
    3. Lead
  4. กลยุทธ์ ประกอบด้วย
    1. การพัฒนา 3 เสาหลัก (Pillar) ได้แก่
      1. Service  โดย Service ในที่นี้ ไม่ใช่บริการเพื่อบริการเหมือนบริการของ สป. แต่เป็น Service for Model development เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุขของเขตสุุขภาพ โดยบริการในที่นี้คือบริการทางด้านส่งเสริมสุขภาพและบริการทางอนามัยสิ่งแวดล้อม
      2. Information ชี้เป้า เฝ้าดู รู้การเปลี่ยนแปลง  ซึ่งข้อมูลคือหัวใจสำคัญในการเป็น Regional Lead
      3. Technology ทั้งทางด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
    2.  ปรับกระบวนการ ( Re Process) แบ่งเป็น
      1. Macro Lean คือการวิเคราะห์ว่าอะไรคือ Core Business และ Core Process และให้ทำเฉพาะ core process ที่ตรงกับ Core business โดยในส่วนของกรมอนามัยได้กำหนด Production Line หรือ Value chain ดังภาพ
      2. Micro Lean คือลดกระบวนการที่ไม่เพิ่มมูลค่าเพิ่ม หรือกระบวนการที่ไม่จำเป็น (waste)
    3. Product ประกอบด้วย 2 สาย
      1. สายบน ได้แก่ Product ที่เกี่ยวกับ Policy , Strategy, Law ,standard ,Benefit Package.
      2. สายล่าง Tools ,Technology,Model ,Research ,Knowledge ต้องประเมินว่า Product ที่ผลิตขึ้นสามารถส่งไปถึง users หรือ End users หรือไม่ มีคุณภาพหรือไม่
    4. Organization. หรือการพัฒนาองค์กร
      1. การพัฒนาให้เป็น Learning  Organization เพื่อไปสู่ Excellence
      2. การพัฒนา Images หรือ Brand renovate ให้เป็นกรมวิชาการ ที่ได้รับการยอมรับที่เชื่อถือได้ ทั้งระดับชาติและระดับสากลเหมือนอดีต
  5. การจัดทำ Blue Print for Change สำหรับหน่วยงานต่างของกรมอนามัย
    1. กรมฯเสมือนดาวฤกษ์ และจะมีดาวเคราะห์หมุนรอบดาวฤกษ์นั่นคือ กอง/สำนักต่างๆ
    2. Change ทำ 2C (Communication,Capacity Building) ,2E (Empower,Engagement) , M&E คือการติดตามกำกับให้เป็นไปตามแผน และ ทำไปสักพัก ต้องทำการประเมินผลว่าเจอปัญหาอุปสรรคอะไร และจะ  remove barrier อย่างไรภายใต้หลักการจะพาทุกคนไปร่วมกัน โดยไม่ทิ้งใครอยู่เบื้องหลัง
  6. การสื่อสาร 4 ภาค เพื่อหาประเด็น Lead.  มีเกณฑ์ในการเลือกประเด็นดังนี้
    1. ทราบกลไกที่พื่นที่ใช้ในการแก้ปัญหา โดย สป.ใช้กรอบ 6 Building blocks ในการกำหนดการบริการ โดย
      1. Ultimate Goal  มี 4 เรื่อง คือ
        1. Improve Health ,
        2. Responsiveness (การตอบสนองความต้องการ)
        3. Social and Financial Protection (การไม่ล้มละลายทางการเงินหรือสังคมเนื่องจากการหมดเงินเพื่อการรักษา)
        4. Effiency (ประสิทธิภาพของระบบ)
      2. Intermediate goal เป้าหมายคือ Access,Coverage,Safety ,Quality
      3. การมอบ Focal Point  ในการบูรณาการใน Blocks ต่างๆได้แก่
        1. ด้าน Service มอบผู้รับผิดชอบเป็น CSO (Chief Service officer) ของเขต
        2. ด้านข้อมูลข่าวสาร มอบผู้รับผิดชอบเป็น CIO (Chief information Office)
        3. ด้านทรัพยากรบุคคลด้านสุขภาพ มอบผู้รับผิดชอบเป็น CHRO (Chief human resource officer)
        4. ด้านการเงิน มอบบุคลากรรับผิดชอบเป็น CFO (Chief Financial officer)
        5. ด้าน ยา และเทคโนโลยี มอบ CSO รับผิดชอบ
        6. ในภาพรวมของเขต มอบ ผู้อำนวยการเขต คือ COO (Chief Operating officer) ,
        7. การบริหารจัดการทั้งเขต มอบผู้ตรวจราชการทำหน้าที่เป็น CEO ไปพรางก่อน
      4. แผนของการดำเนินการของกระทรวงจะแบ่งเป็น 5 คณะทำงานได้แก่
        1. ด้านกลุ่มวัย
        2. ด้าน Service plan ได้แก่
          1. Primary Care โดย Primary care ต้องเชื่อมโยงกับ community โดยใช้แนวทางของตำบลจัดการสุขภาพของกรมสนับสนุน ใช้ กลยุทธ์ UCCARE ได้แก่
            1. Unity คือเอกภาพในการดูแลประชาชนเชิงองค์รวม
            2. Customer focus
            3. Community Participation
            4. Appreciation.
            5. Resource sharing
            6. Essential care ในส่วนนี้จะมีการกำหนดว่า Issue ใดที่จะตำบลหรืออำเภอเลือกเป็นปัญหาที่จะแก้ปัญหาเชิงบูรณาการ
          2. Secondary , tertiary care ซึ่งประกอบด้วย Track ต่างๆ โดย Secondary ,Tertiary care ต้องเชื่อมโยงกับ Primary care และ กลุ่มวัย
        3. ด้านการบริหารจัดการ
        4. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
        5. การนิเทศบูรณาการ
      5. DHS  ในส่วนของ DHS  โดยใช้ UCARE   มี ODOP โดยสามารถดูประเด็น Lead น่าจะไปดูที่ ODOP ถ้าจะทำให้อำเภอเข้มแข็ง ตำบลต้องเข้มแข็ง ตำบลเข้มแข็งประกอบด้วย
        1. ตำบลจัดการสุขภาพ สบส
        2. ตำบล LTC  กรมอนามัยเป็นคนเขียน แต่เป็นการชิงนำคนเดียว อยากให้นำรวมหมู่
        3. ตำบลบูรณาการ 5 กลุ่มวัย  ซึ่งชิงการนำ โดยกระทรวงมอบ กรมอนามัย โดยให้ LTC เป็น Entry Point แล้วให้กลุ่มวัยอื่นๆ บูรณาการเข้าไป พร้อม สวล. โดยทำ 1000 ตำบล กรมอนามัยเลือก 100 ตำบล (ให้ครบทุกจังหวัด จังหวัดละ 1  อำเภอ และอย่างน้อย 1 ตำบล) โดยให้ศูนย์ทำ propose โครงการเพื่อให้ผู้ตรวจรับ  เพื่อที่จะผลักดันภายในเขต การทำให้สอดคล้องกับนโยบายและทำให้นโยบายเข้มแข็งเป็นเรื่องที่จำเป็นและมีโอกาสสำเร็จ โดยใน 5 กลุ่มวัย
          1. ผู้สูงอายุ จากข้อมูลผู้สูงอายุต้องการพึ่งพิง 20% ไม่ต้องการพึ่งพิง ประมาณ 20% บทบาทของกรมอนามัย คือ การ Screening เป็นเรื่องของกรมอนามัย เมื่อ Screening แล้วพบ ติดบ้าน ติดเตียง เป็นหน้าที่ที่ทำร่วมกันว่าจะ ส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูอย่างไร กลุ่มติดสังคม 80% กรมอนามัยรับผิดชอบว่าจะทำอย่างไรให้ติดสังคมตลอดไป ไม่มาเป็นกลุ่มติดบ้าน ติดเตียง
          2. วัยทำงาน การ screening ภาวะเสี่ยงเป็นของกรมอนามัย กลุ่มเสี่ยง กลุ่มดี เป็นหน้าที่ของกรมอนามัยว่าจะส่งเสริมสุขภาพ 3 อ.2 ส.1 ฟ อย่างไร และจะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อก้าวไปสู่วัยผู้สูงอายุที่สุขภาพดี
          3. วัยรุ่น จะเตรียมวัยรุ่นให้มีคุณภาพอย่างไร เพื่อให้ก้าวไปสู่ผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ พฤติกรรมที่พึงประสงค์คืออะไร
          4. วัยเรียน  ป 1 ตอนเข้า ดูเรื่อง ฟัน Vaccine และ ป.6 ตอนจะส่งออกไปยังมัธยม อ้วน เตี้ย เรื่อง IQ,EQ
          5. แม่และเด็ก  issue ทำได้ดีแล้ว จะทำอย่างไรที่จะเชื่อมโยงกับตำบลสุขภาพดีได้
      6. ถ้าวางแผนที่จะบูรณาการแล้วให้ไปคิดว่า ถ้าจะ work ในระดับตำบลแล้ว ให้พิจารณาให้ครบ 6 BB ได้แก่
        1. Man จะใช้เท่าไร และต้องพัฒนา Competency อะไร
        2. Money จะใช้เท่าไร
        3. Technology ต้องใช้อะไร
        4. Information ทำระดับกรม และสามารถ Feed back ไปสู่พื้นที่ได้ จะทำอย่างไ
    2. ถ้าพิจารณากลไกในการจัดการของพื้นที่  จะทำให้เราทราบว่าเราควรจะ Lead ประเด็นได้ ไม่อยากให้ไปสร้างระบบใหม่  แต่อยากให้เป็น Propose หรือ advocate สิ่งที่พื้นที่ดำเนินการอยู่ จะปรับอะไร และปรับอย่างไร  โดยกรมอนามัยควรเข้าไปดู KPI ของกรมมีส่วนใดที่จะไปเชื่อมกับ Service plan ได้

สรุป การบริหารการเปลี่ยนแปลงของกรมอนามัยเพื่อไปสู่ National Lead


Value Chain ของกระบวนการทำงานหลักของกรมอนามัย


การทำ Blue Print for Change สำหรับหน่วยงาน
 

ยุทธศาสตร์ชาติ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน


การส่งเสริมสุขภาพ  เอกสารนำเสนอ

  1. เป็นองค์กรผู้นำด้านวิชาการและอถิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพของเขต
  2. วิเคราะห์ทุน
    1. ทุนบุคลากร ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสุขภาพ การสั่งสมประสบการณ์ในพื้นที่ โดยมี Question ว่า Old Knowledge ดี แต่ New Knowledge
    2. technology , Tool  appropiate และสามารถใช้ในระดับชุมชน
    3. เครือข่าย มี และได้รับการยอมรับ
  3. ส่วนขาด gap
    1. ด้านบุคลากร
    2. แผนการพัฒนาบุคลากรเฉพาะด้าน เพื่อทันโลก/โรค ที่เปลี่ยนแปลง
    3. การผลิตองค์ความรู้ได้อย่างมีวิสัย โดยเฉพาะการวิจัย โดยเฉพาะเรื่องผู้สูงอายุและกลุ่มวัย
    4. การกระจายของคนทำงาน โดยเฉพาะ Baby boom ,กับ Digital Generation.
    5. การทำงานในบริบทของกรมเดิมที่สั่งการลงมา ช่องว่างระหว่างศูนย์ฯกับเขตสุขภาพ
    6. การเชือมโยงและการบูรณาการ และการสั่งการจากกรมมายังทำศูนย์ ทำให้การ Concern ในด้าน Area base น้อยลง
    7. Product ของเราเกิดการล้าสมัย หรือไม่ได้รับการยอมรับหรือใช้ในพื้นที่
    8. เครือข่าย
  4. ได้ทำการยกตัวอย่างเพื่อเป็นแบบฝึกหัด 1 เรื่อง คือ ระบบการเฝ้าระวังสุขภาพตามกลุ่มวัย
    1. Lean
      1. พัฒนาสมรรถนะบุคลากรในด้านการเฝ้าระวัง ควรมีกลุ่มและผู้รับผิดชอบในเรื่องการเฝ้าระวัง Health & Health determinant ในทุกระบบ
      2. พัฒนาระบบให้เชือมโยงระหว่างเขต และเก็บรวมเป็นระดับประเทศ
      3. ระบบ IT ที่ทันสมัย real time ,on line
      4. ส่งมอบข้อมูลไปสู่เขต
    2. Lean ใช้ Information เป็น reflect ให้เกิดการเรียนรู้
    3. ผลลัพธ์ นำ Information ไปใช้ เพื่อการวางแผน กำหนดนโยบาย รวมถึงการ CQI
    4. กิจกรรมระบบ
      1. ตั้งคณะทำงาน
      2. กำหนด flow ของการทำงาน
      3. แผนพัฒนา Hardware , Software , People
      4. การดำเนินการตามแผน
      5. การกำกับติดตามและประเมินผล

กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์  เอกสารนำเสนอ One Page summary

  1. คิด Regional Lead โดยเชื่อมโยงกับของกรม
  2. พันธกิจระดับเขต สังเคราะห์ใช้ความรู้และดูภาพรวมเพื่อเสนอแนะเชิงนโยบายและออกแบบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยประสานงานสร้างความร่วมมือในระดับเขต โดยจะเป็น Regional Secreatariat body โดยการจะไปถึงต้อง
    1. IM
    2. analysis & research
    3. Policy Suggestion.
  3. Lead  ท้ายที่สุดคือ เขตสุขภาพนำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปดำเนินการขับเคลื่อน
  4. Lean
    1. มีระบบข้อมูลที่มีคุณภาพ ต่อเนื่อง และสามารถศึกษาแนวโน้มได้
    2. การสำรวจ เฝ้าระวัง วิจัย M&E มีการความต่อเนื่อง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนสามารถสร้างคลังปัญญาได้
  5. Learn พัฒนาศักยภาพด้านการจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ สังเคราะห การวิจัย การเสื่อสาร การเขียน ภาวะผู้นำ
  6. การสนับสนุนจากกรม
    1. Coaching
    2. KM อย่างต่อเนื่อง
    3. แผนสำรวจ/วิจัย
    4. ฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อกันระหว่างประเทศ
  7. ทำทั้งหมดตาม one page แล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมอะไร
    1. Advocacy Center ในด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมได้
    2. สามารถเชื่อมต่อกับเขตสุขภาพได้  สามารถเชื่อมจากส่วนกลางมายังเขต และจากเขต Feed back ไปยังสู่ส่วนกลาง
    3. จะยกระดับการนำเป็น Regional Lead อย่างไร ถ้า ผู้ตรวจ / สาธารณสุขนิเทศ / สสจ. ยังไม่สามารถดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ โดยต้องมัทักษะของ Policy negotiation  สามารถชี้นำ เฝ้าดู รู้การเปลี่ยนแปลง มีประเด็นอะไรที่กังวลว่าจะไม่สามารถ Regional Lead ได้คือ
      1. ไม่กล้าจะชี้แจงข้อมูลจริง เพราะกลัวเข้าพื้นที่ไม่ได้
  8. ข้อสังเกตของอธิบดี
    1. แผนที่ผู้นำเสนอ เป็นแค่การปรับเปลี่ยนกระบวนการ ยังไม่อยู่ในระดับที่เรียกว่ายกระดับ เช่น ระบบเฝ้าระวัง นั้นมาโฉมใหม่ คือ สามารถเฝ้าระวังระบบสุขภาพทั้ง 5 กลุ่มวัย  เช่น Link ข้อมูลจากส่วนกลาง เช่น ระบบ survey เรื่องการเฝ้าระวังระบบ Iodine และข้อมูลที่มีอยู่ในกรม ให้สามารถ Link จากส่วนกลาง ไปยัง CIO ของเขตได้ หรือในเรื่อง information System ของตำบล LTC แบบบูรณาการ จะปรับระบบข้อมูล โดย
      1. ดึงข้อมูลจาก data center มาทำการ Anaysis & Synthesis แล้วทำการ compare & Benchmark 
      2. ทำ rapid survey ร่วมกับเขต และวิเคราะห์
      3. การเปรียบเทียบกับชุดข้อมูลอื่น
      4. มีทุน ค่ากลาง คือ กิจกรรมที่ที่ส่วนใหญ่ทำ  ถ้าที่ไหนยังไม่ทำ โดยที่ค่ากลางระบุว่าส่วนใหญ่ทำ ก็จะเป็นข้อเสนอแนะว่ากิจกรรมนั้นควรดำเนินการ
    2. ภายในมีนาคม อยากให้ม
      1. ระบุประเด็น 2-5 ประเด็น โดยเฉพาะโอกาส คือ LTC 1000 ตำบล โดยให้บูรณาการ 5 กลุ่มวันและ สวล. โดยใช้ LTC เป็น Entry point
      2. จัดกรอบ
      3. ระบุเวลา
    3. การ Feedback มี 2 ประเภท ได้แก่
      1. ข้อมูลและความจริง และถ้าพบแล้ว คงไม่สามารถอะไรจะบิดความจริงได้  จากนั้นก็เสนอแนะ
      2. Feed back ด้วยท่าทีและท่าทางที่นำเสนอ  ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดความขัดแย้ง ในประเด็นนี้อยู่  ถ้าไม่แน่ในว่าท่าทีหรือท่าทางจะส่งผลต่อความขัดแย้ง ให้รายงานด้วยการรายงานแทนพูดดีกว่า
    4. ระบบการเฝ้าระวัง จะทำทั้งกรม เพื่อมีระบบข้อมูล แบ่งเป็น
      1. ระบบข้อมูลพื้นฐาน (Minimal Data set ) เหมือนกัน
      2. ระบบข้อมูลเฉพาะของแต่ละหน่วย
    5. การมอบหมาย
      1. เสา Information ยุทธศาสตร์
      2. Surveillance เป็น Product ที่ให้ กลุ่มยุทธศาสตร์ เป็น CIPO

ระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม  เอกสารนำเสนอ

  1. จุดยืน คือ เป็น Technical Supporters และ Lead ของเขต
  2. ทุน
    1. กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง และมาตรฐาน โดยยังมี Gap คือ มาตรฐานยังไม่ครบถ้วน
    2. งานวิจัย และเครื่องมือ และองค์ความรู้ Gap ยังน้อย และแก้ปัญหาเล็กๆ ไม่มีพลัง
    3. มาตรฐาน นั้น ที่ได้รับการยกระดับเป็นกฎหมายยังมีน้อย
    4. ท้องถิ่น ยังมี gap คือ ยังขาดความพร้อมและความกล้าในการบังคับใช้กฎหมาย
    5. อสธจ.
    6. EHA Gap คือ ปริมาณ อปท.ที่ผ่านน้อยอยู่
    7. Active Citzen ที่ตื่นตัวในการดูแลตนเองยังน้อยอยู่
  3. Technical support
    1. ประเด็น Technical support
      1. ขยะติดเชื้อ
      2. สิ่งปฏิกูล
      3. น้ำสะอาด
      4. สุขาภิบาลอาหาร
      5. ภาวะภัยแล้ง
    2. การเชื่อมโยงระหว่าง ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
  4. ประเด็นจากข้อเสนอ
    1. Learn คือ การสร้าง Competency ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
    2. Lean คือ กระบวนการที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ
  5. อธิบดี ข้อเสนอ
    1. ชัดเจน หรือ Lead ใคร ถูกต้อง คือ Lead ระดับจังหวัด และประเด็นที่จะ Lead
    2. ส่วน strategic focus( หรือจุดตาย ถ้าทำแล้ว เห็นการเปลี่ยนแปลงชัด)ไม่ชัดว่าจะดำเนินการอย่างไร
      1. ขาดคน แก้โดยการทำ Lead รวมหมู่แบบคร่อมสายงาน หรือ คร่อมหน่วยงาน หรือคร่อมกรมฯ แต่ present ต้อง Present ต้อง Present ในนามกรมอนามัย (ต้องเป็น some body ไม่ใช่ no body)
      2. การบังคับใช้กฎหมาย

โรงพยาบาล เอกสารนำเสนอ1  

  1. Dream คือ เป็นสถาบันส่งเสริมสุขภาพ ที่ทำทั้ง
    1. Service model  Gap คือ ผลิตองค์ความรู้แต่บางเรื่องพื้นที่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ได้ แก้ไขโดย
      1. Pilot ในพื้นที่ แล้วจะนำไปใช้จริงในพื้นที่ใด ต้องไปพัฒนาอีครั้งจริงในพื้นที่นั้น
      2. การดึงดูดบุคลากรให้เข้ามาทำงาน
    2. Training Center gap คือ หลักสูตรไม่มาตรฐานต่างคนต่างทำ
    3. Research Development gap น้อย
    4. Reference Center gap คือการอ้างอิงน้อย
    5. Database network ยังน้อย
    6. Referral Center การเข้าไปมีบทบาทใน MCH board ยังมี gap คือ ยัง Lead ไม่ได้
    7. National Body & Policy (Advocacy center)
  2. Model ที่จะทำ
    1. โรงเรียนพ่อแม่  รวมไปถึงการนำหลักสูตรดังกล่าวเข้าไป
  3. สิ่งที่ต้องการสนับสนุน
    1. บุคลากร
    2. การ support technology จากส่วนกลาง
    3. นโยบายที่ชัดเจนว่า โรงพยาบาลของกรมอนามัย จะไปทางไหน และเอาอย่างไร
  4. ข้อเสนอแนะจากอธิบดี
    1. ข้อตกลงเบื้องต้น ว่า ทั้ง สส / สวล/ ยผ / รพ. คือ กลุ่มเดียวกัน ที่จะต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อผลักดัน Agenda & area base และ ชุมชนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ รพ.หรือ สส หรือ สวล.
    2. ต้องการเป็น Intitute นั้นระดับใด National หรือ Regional โดย 1-3 ที่ รพ.ขนาดเล็กและใหญ่เหมือนกัน
      1. Service Center โดยต้องหา positioning ว่า อะไรที่ รพศ/รพท. ไม่ทำ แต่เราทำ หรือทำได้ดักว่า
      2. Training Center โดยดูว่ามีหลักสูตรหรือไม่ และ train ใคร
      3. Model Development
      4. Research Development  กรมอนามัยทำน้อยมาก ซึ่งจะทำแบบ multi focal research.
      5. Reference center
      6. Data Center
      7. National center ว่าจะทำได้หรือไม่
    3. ความแตกต่าง
      1. ในส่วนของ Leading ชี้เป้า เฝ้าดู รู้การเปลี่ยนแปลง
      2. ในส่วนของ Techinical Support ชี้นำ ทำให้ดู  รู้การเปลี่ยนแปลง
  5. ข้อเสนอแนะของ อ.พิษณู จุดอ่อน ที่อยากจะแปลงเป็นโอกาสพัฒนา
    1. ความคิดเชิงระบบ
    2. การจำนนต้องข้อจำกัด
    3. การไม่กล้าฝัน เนือ่งจากยึดติดอดีต กับ ข้อจำกัด
    4. การคิดแบบ Problem base  และหา Evidence base แทนที่จะคิดแบบ Scenario base.
  6. ผอ.ไกรวุฒิ
    1. อภิบาลระบบ ต้องให้เขาเป็นเจ้าของ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในระบบ แล้วเราเพิ่มมูลค่า เช่น Processing เพื่อให้ได้ Information & Knowledge & Wisdom ถ้าเราบอกว่า HDC นั้นเชื่อถือไม่ได้ จะทำอย่างไร ที่จะเพิ่ม Value added ให้กับข้อมูลนั้น
    2. จะทำอย่างไรให้สามารถ Benchmark ได้จาก

โรงพยาบาลขนาดกลาง/เล็ก เอกสารนำเสนอ

  1. วิสัยทัศน์ Service for model development & regional Lead
  2. ยกตัวอย่างเป็นแบบฝึกหัด คือ Teenage pregnancy. โดยเน้นการป้องกันการท้องซ้ำในวัยรุ่น
    1. ปัญหา วัยรุ่นขาด Health Literacy & Life Skill
  3. การดำเนินคือ Service for Moedl Development
    1. พัฒนา Data Center
    2. พัฒนาระบบเฝ้าระวัง โดยใช้ระบบข้อมลที่มีอยู่เดิม คือ HDC
    3. มีบริการ แต่ Accessibility ต่ำ
    4. หาปัญหาที่จะทำให้วัยรุ่นไม่คุมกำเนิดทำให้เกิดการตั้งครรภ์ซ้ำ

ระบบ Surveillance & การนิเทศงาน เอกสารนำเสนอ

  1. Surveillance กำหนด Flow ในการดำเนินการดังนี้
    1. พค.59 กำหนดประเด็น surveillance โดยมีรองอธิบดีเป็นประธาน
    2. กค. วิเคราะห์
    3. กย.59 นำเสนอ
  2. การนิเทศงาน ประเด็นการกำหนดข้อเสนอแนะเพื่อเสนอทีมตรวจราชการ
    1. มอมหมายแต่ละศูนย์รับผิดชอบในการรวบรวมปัญหาสุขภาพจากพื้นที่ 5 กลุ่มวัยกับ 1 สวล.จากการนิเทศ โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มวัย + สวล
    2. ศูนย์ที่เป็นเจ้าภาพจะทำหน้าที่รวบรวมข้อเสนอแนะจากการวิเคราะห์เสนอแนะจากทุกศูนย์
    3. ทำการสรุปและ groping ประเด็น  แล้วแจ้งเวียนทุกศูนย์เพื่อยืนยัน
    4. เมื่อได้รับการตอบรับจากทุกศูนย์แล้ว เสนอกองแผน เพื่อเก็บรวบรวม แล้วเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อม เพื่อตอบคำถามและให้ข้อเสนอแนะกลับ
    5. กลุ่มแผนจัดประชุมเพื่อชี้แจง และรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมประชุม
    6. นำข้อเสนอแนะที่ได้ตอบกลับพื้นที่

ภาพกิจกรรม


เอกสารอ้างอิง

  1. กำหนดการประชุม การบริหารการเปลี่ยนแปลงของศูนย์อนามัย เพื่อเป็น Regional Lead & Regional Technical Supporters 15-16 กพ.59 ที่สวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน
  2. เอกสารการบรรยายเพื่อเป็น Input ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของ รพ.ส่งเสริมสุขภาพที่ TK ธ.ค.58

เอกสารเชิงประวัติศาสตร์การประชุมเพื่อการปฏิรูปกระทรวงช่วงปี 2555-2556

  1. ร่างข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพ โดยทีมของกรมอนามัย 27 ม.ค.56
  2. การปรับโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข และยุทธศาสตร์ที่สอดคล้อง อ.คณิต แสงสุพรรณ 2 ก.พ.56
  3. สรุปประเด็นการระดมความเห็นการปรับโครงสร้างกระทรวงฯ อ.คณิต แสงสุพรรณ 3 ก.พ.56
  4. ประเด็นคำถาม และข้อเสนอ อ.คณิต แสงสุพรรณ 3 ก.พ.56
  5. สาระสำคัญการเปลี่ยนแปลงกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ 2 กพ.56
  6. บทบาท องค์ประกอบ การจัดพื่นที่เครือข่ายเขตสุขภาพ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ 3 กพ.56
  7. บทสังเคราะห์ ข้อเสนอ บทบาทกระทรวงสาธารณสุขในทศวรรษที่ 21

เอกสารการเตรียมการของศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในช่วงปี 2555-2556

  1. Power point ที่เป็น Input ในการจัดทำแผนปฏิบัติการ ศูนย์อนามัยที่ 4 ราขบุรี ก.ย.56
  2. แผนระยะยาวการพัฒนาให้เป็น Excellence Center ด้านอนามัยการเจริญพันธ์ ศูนย์อนามัยที่ 4 (พ.ศ.2556-2560)

เอกสารต่างประเทศ

  1. Strengthened Health system to improve health outcome - Health system Framework For Action / 6 BB WHO
  2. WHO guide for cost effectiveness analysis
  3. Demand for Health Care
  4. กำหนดการประชุมการบริหารการเปลี่ยนแปลงศูนย์อนามัยสู่ Regional Lead ที่ สวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน 15-16 ก.พ.2559
น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล Web Site เพื่อการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้
Dr.Chonlatit Urairoekkun M.D.,M.P.H.,M.B.A. - Director of Health Promtion Center Region 5 - Ratchaburi