Department of Health Residency Training Program - Preventive Medicine (Public Health)
 
Department of Health Residency Training Program
Topic : Residence Preventive Medicine (Public Health)
หลักสูตร
  • การอบรมแพทย์ประจำบ้าน เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุข
  • Residency Training in Preventive medicine (Public Health)
ชื่อวุฒิบัตร
  • วุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุข
  • Diploma of the Thai Board of Preventive medicine (Public Health)
ชื่อย่อ
  • วว. สาขาเวชศาตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุข
  • Dip., Thai Board of Preventive medicine (Public Health)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  • Department of Health . Ministry of Public Health
เนื้อหาสังเขปของการฝึกอบรม
  1. Fundamental and Principle of preventive Medicine
  2. Principle of epidemiology & Outbreak investigation.
  3. Apply new concept of preventive medicine for public health administrators.
  4. Principle of biostatistics.
  5. Research in overall.
  6. Surveillance system
  7. Applied of health economics.
  8. Strategic planning and evaluation.
  9. Health service system administration.
  10. HRM
  11. Nutrition.
  12. Physical activity and health.
  13. Dental health.
  14. Reproductive health.
  15. Global Health and threat of emerging and re-emerging diseases.
  16. Health behavior and process of changing.
  17. Environmental health and toxicology
  18. Public health law and standard.
  19. Preventive medicine in materal and child group.
  20. Preventive medicine in school age ,children and teenage.
  21. Preventive medicine in working age.
  22. Preventive medicine in elderly.
  23. Preventive medicine in community.
วิธีการอบรม
  1. ปีที่ 1 ฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ด้านสาธารณสุขเป็นเวลา 1เดือน และฝึกปฏิบัติภาคสนามเพื่อเพิ่มพูนทักษะการส่งเสริมสุขภาพกับประชาชนตามกลุ่มวัยต่างๆ โดยใช้ศูนย์อนามัยของกรอนามัย และสำนักผู้สูงอายุหรือหน่วยงานต่างๆที่มีการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพ เช่น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ สถานประกอบการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งในช่วงเวลาของการฝึกปฏิบัติงานภาคสนาม ผู้เรียนจะต้องมาพบกับอาจารย์ผู้สอน ทุกวันจันทร์ (Monday Meeting) เพื่อนำปัญหา การฝึกปฏิบัติงานในภาคสนาม มาสัมมนาร่วมกับอาจารย์ผู้สอน (Interesting Conference) และรับฟังการบรรยายทางวิชาการเพิ่มเติม (Speical lecture) ในประเด็นที่สำคัญๆ ตลอดจนการเตรียมข้อมูลและจัดทำรายงานผลการศึกษา เพื่อนำมาเป็นหัวข้อในการสัมมนา (Interesting case conference) รวม 52 สัปดาห์
  2. ปีที่ 2 ทำวิทยานิพนธ์ (วิจัยการปฏิบัติการ) ในห้วข้อที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและควบคุมโรคในกลุ่มวัยต่างๆ ตามโครงการวิจัยที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการประจำหลักสูตรแล้ว
  3. ปีที่ 3 ศึกษาในหลักสูตรปริญญาโทด้านสาธารณสุข (สาธารณสุขมหาบัณฑิต) หรือเทียบเท่า ที่แพทยสภารับรอง ในมหาวิทยาลัยที่สนใจทั้งในและต่างประเทศ
กลยุทธ์ในการเรียนการสอน
  1. ด้านความรู้ที่เกี่ยวข้องกับทางสาธารณสุข
    1. Lecture or Special Lecture
    2. Site visit
    3. Seminar
    4. Annual Academic Meeting.
    5. Interesting case
    6. Journal Club
  2. ด้านทักษะที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุข
    1. Communication Skill ระหว่างบุคคล ระหว่างผู้เรียน และผู้สอน และบุคคลที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ที่หลากหลาย
    2. Learning skill และการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงาน ภายใต้สถานการณ์จริง และนำเสนอข้อมูลได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ บุุคล และกลุ่มบุคคล
    3. Leadership and team work.
    4. ทักษะในการให้คำปรึกษาและชี้แนะเกี่ยวกับงานด้านสาธารณสุขให้กับผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ที่เกี่ยวข้อง
    5. ฝึกปฏิบัติงานในคลินิกที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข เช่น คลินิกสุขภาพ
  3. ด้านการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุข
การประเมินผล
  1. การประเมินระหว่างอบรม
    1. เวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด
    2. ลงทะเบียนเรียนครบตามหลักสูตรที่กำหนด
    3. ศึกษารายวิชาครบถ้วน ตามที่กำหนดในหลักสูตรและเงื่อนไขรายวิชานั้นๆ
    4. มีผลการศึกษา ได้ระดับค่าระดับขั้นสะสมเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00
    5. เสนอวิทยานิพนธ์และผ่านการป้องกันวิทยานิพนธ์
    6. ผลงานวิทยานิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงาน หรือส่วนหนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสาร หรือเสนอต่อที่ประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Preceeding) ที่มีคณะกรรมการภายนอกร่วมกลั่นกรอง (Peer review) ก่อนการตีพิมพ์ และเป็นที่ยอมรับของสาขานั้นๆ
    7. ผู้รับการอบรมต้องผ่านการประเมินผลของคณะอนุกรรมการฝึกอบรมภายในสถาบันในชั้นปีที่ 1,2,3 โดยทำการประเมิน เป็น 3 ลักษณะคือ
      1. กาปรระเมินความรู้
      2. การประเมินเจตคติ
      3. การประเมินทักษะ
    8. การสังเกตการณ์ปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม ประสบการณ์ในการฝึกภาคสนาม
    9. การทำวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาด้วยตนเอง
  2. การประเมินเพื่อวุฒิบัตร ผู้เข้ารับการประเมินต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้
    1. ผ่านการอบรมแพทย์ประจำบ้านครบตามหลักสูตรของแพทยสภาและสถาบันที่ให้การฝึกอบรมเห็นสมควรและเสนอชื่อให้เข้ารับการประเมินได้
    2. ผ่านการประเมินความรู้ ทักษะ เจตคติ ตลอดการฝึกอบรม 3 ปี
    3. ส่งงานวิจัย หรือ วิทยานิพนธ์ที่ประกอบการสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาโท
    4. การประเมินเพื่อวุฒิบัตร  ให้มีคณะกรรมการฝึกอบรมและประเมิน สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุข เป็นผ้ประเมิน ทั้งนี้การประเมินเพื่อวุฒิบัครประกอบด้วย (ผู้รับการประเมิน ต้องได้รับการประเมินครบทั้ง 3 ส่วน)
      1. การสอบข้อเขียน
        1. อัตนัย 300 คะแนน ความรู้เฉพาะแขนงสาธารณสุข
        2. ปรนัย 300 คะแนน ประกอบด้วย
          1. ความรู้ทั่วไป 200 คะแนน ประกอบด้วย basic science , ความรู้ด้านสาธารณสุขและเวชศาสตร์ป้องกัน
          2. ความรู้ด้านสาธารณสุขและเวชศาสตร์ป้องกัน 100 คะแนน
      2. การสอบ MEQ /OSCE 200 คะแนน ทดสอบการแก้ปัญหาในแขนงสาธารณสุข
      3. การสัมภาษณ์ 200 คะแนน ความรู้ทั่้วไปและประสบการณ์ในแขนงสาธารณสุข
กระบวนการประเมินผล
  1. คณะกรรมการรายวิชา กำหนดหัวข้อและเกณฑ์การประเมิน ผลทวนสอบมาตรฐาน โดยกำหนดเกณฑ์/มาตรฐานการประเมินรายวิชา
  2. ผู้เข้ารับการอบรม ประเมินผลการเรียนรู้ของตนเอง ตามแบบประเมินผลการประเมินตนเอง
  3. คณะกรรมการที่ปรึกษาและคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ ประเมินผลการศึกษาผู้เข้ารับการอบรม จากการนำเสนอโครงร่างและผลการศึกษาวิจัยรายวิชาในหมวดปริญญานิพนธ์
  4. ผ่านกาประเมินผลจากสถาบันฝึกอบรม และสถานการศึกษา เพื่อปริญญาโททางด้านสาธารณสุขหรือเทียบเท่า
  5. การฝึกอบรมตลอดหลักสูตร ให้เป็นไปตามระเบียบและเกณฑ์ของแพทยสภา
การประกันคุณภาพการฝึกอบรม

สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย โดยคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาชาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุข กำหนดให้สถาบันฝึกอบรมมที่จะได้รับการอนุมัติให้จัดการอบรมได้ จะต้องผ่านการประเมินความพร้อมในการเป็นสถาบันฝึกอบรม และสถาบันอบรมจะต้องจัด ให้มีกาประกันคุณภาพ ฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

  1. การประกันคุณภาพฝึกอบรมภายใน สถาบันจะต้องมีระบบและกลไกการประกันคุณภาพการฝึกอบรม ดังนี้
    1. การบริหารหลักสูตร
      1. มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร เป็นคณะกรรมการบริหารหลักสูตร ทำหน้าที่บริหารหลักสูตร ดูแลการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามแผนการศึกษาของหลักสูตร จัดทำคู่มือเข้ารับการอบรม และพัฒนการสอนของอาจารย์ การพัฒนาหลักสูตร และการติดตามประเมินผลหลักสูตรให้ทันสมัยและสอดคลัองกับความต้องการของสังคม
      2. มีคณะกรรมการบริหารหลักสูตร เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาด้านวิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว่าด้วยตนเอง และมีอาจารย์ผู้สอนทั้งอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษที่มีคุณสมบัติและจำนวนครบตามเกณฑ์ของแพทยสภา รวมทั้งคุณสมบัติความเป็นครุของผู้สอนและนักวิจัย ทำหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษาแก้ผู้เข้ารับการอบรม ทั้งทางด้านการวางแผนการศึกษา การเรียน การค้นคว่าวิจัย ตลอดจนการทำวิทยานิพนธ์ และให้คำแนะนำเรื่องระเบียบปฏิบัติต่างๆ ตลอดช่วงของการศึกษาของผู้รับการอบรม
      3. มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาชีพ
      4. มีระบบกลไกในการควบคุมคุณภาพของวิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว่าด้วยตนเอง
      5. มีการจัดทำแผนการเรียนการสอนและเกณฑ์วัดและประเมินผล
      6. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม
    2. การบริหารทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน
      1. จัดสรรงบประมาณประจำปีเพื่อซื้อตำรา สื่อการเรียนการสอน ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเพียงพอ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการอบรม เช่น ห้องเรียนพร้อมเครื่องอำนวยความสะดวก LCD ,Computer ,ห้องสมุด วารสารทางวิชาการ ระบบการสืบค้นข้อมูล Electronics
    3. การสนับสนุนและการให้คำแนะนำ โดยมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาวิชาการ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ให้การดูแลด้านการศึกษา มีการกำหนดตารางเวลาให้ผู้เข้ารับการอบรมได้พบอาจารย์ที่ปรึกษา
  2. การประกันคุณภาพภายนอก สถาบันฝึกอบรม ต้องผ่านการประเมินภายนอกจากสมาคมเวชศาสตร์ปัองกันแห่งประเทศไทย โดยคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุข

เอกสารอ้างอิง

  1. คู่มือการปฏิบัติงานของ Residence Preventive Medicine (Public Health) ศูนย์อนามัยที่ 4
  2. คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษา ศูนย์อนามัยที่ 4
 
Department of Health Residency Training Program - Thai Board of Preventive Medicine (Public Health)
Copyright © 2015 Department of Health Ministry of Public Health.