Topic : ประชุม 4 ภาค ที่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ 8-9 พฤษภาคม 2556
บทสรุปจากการประชุม
  1. โครงการที่เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม มี 3 โครงการในปี 2556 ซึ่งในระดับพื้นที่ต้องบูรณาการ 3 โครงการไปด้วยกัน
  2. การฝึกทักษะเกี่ยวกับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ให้จังหวัดยึดแม่แบบในการตรวจเต้านมด้วยตนเองเดียวกัน (แม่แบบของมูลนิธิถันยรักษ์ร่วมกับกรมอนามัย) การอบรม BSE ในทุกระดับ ไม่ว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ,รพ.สต.,อสม. หรือแกนนำสตรี จะยึดแม่แบบเดียวกัน เพื่อให้เกิดเอกภาพ และป้องกันการสับสน ซึ่งเมื่อทราบแบบที่ผ่านการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญว่าถูกต้องแล้ว เมื่อเจ้าตัวไปตรวจเองเชื่อว่าจะมีประยุกต์ไปตาม Style ของแต่ละคน แต่ก็จะไปต่างจากแม่แบบเดิมมากนัก
  3. การวินิจฉัยและการรักษามะเร็งเต้านม เจ้าหน้าที่ควรรู้เนื่องจากในการปฏิบัติงานจริง ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะมีปัญหาที่จะถามเรา ซึ่งเราควรตอบได้ และในเรื่อง Staging เป็นเครื่องชี้วัดที่ กระทรวงต้องการ จึงต้องให้ความสำคัญและต้องทราบ Staging
  4. การป้องกันมะเร็งเต้านม
    1. การป้องกันมะเร็งคือการรู้สาเหตุ แล้วไปจัดการที่สาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งเต้านมยังไม่ทราบแน่ชัด ทราบเพียงปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง หรือลดการเสี่ยง ต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ซึ่งขณะนี้ข่าวสารทางการแพทย์ ถูกบ้าง ผิดบ้างมีมากมายใน Internet ต้องใช้วิจารณญาณ ในการพิจารณา โดยไม่เชื่ออย่างไม่มีเหตุผล อ้างอิง จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เดินสายกลาง
    2. Early Detection ของมะเร็งเต้านมในระยะแรกจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะได้รีบรักษา เพราะการรักษามะเร็งเต้านมในระยะแรก มี 5 Year Survival ที่สูงกว่ามาก โดย Early Detection ได้แก่
      • การตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ทุกเดือน (BSE)
      • การให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจเต้านมให้ปีละครั้ง (Clinical Breast Exam หรือ CBE)
      • การตรวจ Mammogram ในหญิงอายุ 35-40 ปี ในรายที่มีความเสี่ยง เช่นมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ทุก ปี
  5. Best Practice เกี่ยวกับระบบเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม  มาตรการในการดำเนินการ
    1. การพัฒนาบุคลากร ทั้งเจ้าหน้าที่ อสม.แกนนำ และกลุ่มเพื่อนหญิง โดยเฉพาะอาหารต้านมะเร็ง
    2. การเฝ้าระวัง เน้น อสม.ทุกคนตรวจเต้านมตนเองทุกครั้งในการประชุมประจำเดือน พอ อสม.มีความรู้และทักษะและความมั่นใจ อสม. 1 คนจะหาคู่ Buddy 2 คน โดยติดตามให้ครบ 3 เดือน เพื่อให้คู่ Buddy สามารถทำได้ เมื่อทำได้ ก็จะไปหาคู่ Buddy ใหม่ต่อไป ซึ่งต่อมา Buddy ที่มีความสามารถเทียบเท่า อสม. ก็จะให้เป็นผู้ไปถ่ายทอดต่อไป ทำให้สามารถขยายไปเครือข่าย
    3. การดูแลกลุ่มผู้ป่วย
      1. เยี่ยมบ้านโดยมีแพทย์ไปร่วมเยี่ยมบ้านด้วย โดย 12 รพ.สต มีถึง 10 แห่ง ที่แพทย์ไปร่วมด้วย โดยส่วนหนึ่ง ร.พ.ส่งมา หรือ ท้องถิ่นจ่ายค่าตอบแทน
      2. กลุ่มเพื่อนหญิงของตำบลดูแล
      3. ผู้ป่วยที่สามารถให้คำปรึกษาได
    4. การเสริมสร้างแรงจูงใจ เน้นการให้ Small reward for small success
      1. ให้รางวัลกรณีทำได้ตามเป้าหมาย
      2. ให้รางวัลกรณีพบสิ่งผิดปกติ
    5. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำ 3-4 เดือนครั้ง โดยทำระดับตำบล และระดับอำเภอ
    6. การประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อต่างๆเพื่อกระตุ้นให้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง หรือมาตรวจ โดยมีสื่อต่างๆ CD รวมจดหมาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากทั้งจากจังหวัด และ PHJ
    7. การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล
      1. ผู้บริหารเห็นความสำคัญ
      2. การมีงบประมาณสนับสนุน ทั้งงบปกติ และงบวิจัยจากองค์กรต่างประเทศ เช่น HPJ
      3. ประชากรของอำเภอสารภี มีประมาณ 7 หมืนคน ถ้ารวมประชากรแฝง ประมาณ 9 หมื่นคน หญิงอายุ 30-70 ปีประมาณ 1 ใน 3 สามารถตรวจเต้านมอย่างมีคุณภาพ และสม่ำเสมอ ร้อยละ 65 (คาดว่าสามารถทำได้ตามเป้าหมายเนื่องจากยังเหลืออีก 5 เดือนของปีงบประมาณ 2556)
      4. พบผู้ผิดปกติ และเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้นจากการที่ทำการค้นหาและเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น
  6. ระบบข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม เน้นระบบการเฝ้าระวังมะเร็งเต้านมในระดับตำบล (รพ.สต.) โดย
    1. ทราบจำนวนหญิงอายุ 30-70 ปีที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย จากระบบข้อมูลที่มีอยู่ เช่น JHCIS หรือ HosXp
    2. มีกิจกรรมการควบคุม (Intervention) ที่ครบวงจร ได้แก่ การสอน อสม.,อสมสอนกลุ่มเป้าหมาย , กลุ่มเป้าหมาย BSE อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ,พบสิ่งผิดปกติส่งต่อ ,ทำการวินิจฉัย , ให้การรรักษา , ติดตามผลการรักษาจนถึงเสียชีวิต
    3. มีระบบข้อมูล เพื่อให้สามารถหา
    4. อุบัติการณ์ ความชุก ร้อยละการพบสิ่งผิดปกติ ร้อยละการเป็นมะเร็งเต้านม ร้อยละการเป็นมะเร็งในระยะแรก (ระยะที่ 1 + ระยะที่ 2) และอัตรการตาย
    5. ระบบข้อมูลในบันทึก ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยต้องบันทึกในแบบฟอร์ม Form_BCI  ซึ่งถือเป็นการบันทึกในเวชระเบียน ซึ่งนอกจากความครบถ้วนและถูกต้องของข้อมูลแล้วยังต้องพิจารณาในประเด็นเรื่องความลับของผู้ป่วยด้วย เมื่อบันทึกแบบ Manual แล้ว ระบบการบันทึกเข้าสื่อ Digital มี 2 ระบบ คือ
      1. บันทึกในเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละ ร.พ.ตามแบบบันทึก (Form-BCI) จากนั้น Upload ข้อมูลไปยังจังหวัด เพื่อให้จังหวัดนำไปวิเคราะห์เพื่อให้ทราบภาพรวมของจังหวัด
      2. ส่งสำเนาบันทึกตามแบบฟอร์ม FORM-BCI ไปยัง Center เพื่อให้ Center บันทึกข้อมูลผ่าน Web เพื่อให้จังหวัดสามารถนำไปวิเคราะห์ภาพรวม
  7. รูปแบบในการเฝ้าระวังมะเร็งเต้านมในระดับตำบล จะเป็นรูปแบบในการเฝ้าระวังมะเร็งอื่นๆ หรือโรคอื่นๆ ต่อไป ซึ่งในการดำเนินการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรคต่างๆ ในบูรณาการไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เช่น มะเร็งเต้านม กับมะเร็งปากมดลูก

เอกสารอ้างอิง
  1. Breast Cancer Diag and Treatment น.พ.ถาวร เรือนโรจน์รุ่ง ร.พ.มะเร็งลำปาง / File.
  2. Breast Cancer Prevention น.พ.ห้องสิน ตระกูลทิวากร คณะแพทย์ศาสตร์ มช. / File.
  3. การส่งเสริม ป้องกันตนเองจากมะเร็งเต้านม น.พ.ชื่น เตชามหาชัย สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย / File.
  4. Best Practce กรณีศึกษา อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
  5. Power Point Breast Cancer Information System น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
  6. Reducing Your Risk of ฺฺBreast Cancer (World Cancer Research Fund)
  7. แบบประเิมินการตรวจเต้านมด้วยตนเองของหญิง 30-70 โดย อสม.
  8. แบบรายงานผลการดำเนินการงานเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม(สามารถปรับได้)
  9. ระบบเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม (BCSS) กรมอนามัย แบบฟอร์มรายบุคคล (Form_BCI)
  10. รูปภาพ การอบรมเชิงปฏิบัติการ ดูแลและเฝ้าระวังสตรีจากมะเร็งเต้านม รร.เซนทารา ดวงตะวันเชียงใหม่ 8-9 พ.ค.56