Untitled Document
คำรับรองการปฏิบัติราชการ
ระบบการเลื่อนเงินเดือนแบบใหม่
    ปีงบประมาณ 2553 เป็นปีของการประเมินผลการปฎิบัติราชการแบบใหม่   เดิมจะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือนปีละ 2 ครั้ง โดยมีการกำหนดขั้นของเงินเดือน เป็น 1 ขั้นหรือ ครึ่งขั้น  แต่การเลื่อนเงินเดือนแบบใหม่จะไม่มีระบบขั้น  แต่เลื่อนเป็นเปอร์เซนต์ของค่ากลางของเงินเดือน ของแต่ละประเภท (ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ ทรงคุณวุฒิ)   โดยแต่ละประเภทจะประกอบด้วยค่ากลาง 2 ค่าคือ ค่าสูงและค่าต่ำ   ทำให้คนที่มีฐานเิงินเดือนต่ำกว่าค่ากลาง ได้เม็เงินเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแทนที่จะใช้เงินเดือนของตัวเองไปคูณเปอร์เซนต์เพิ่ม แต่นำเอาค่ากลางไปคูณแทน  ส่วนกลุ่มที่ฐานเงินเดือนมากกว่าค่ากลาง ก็จะเสียเปรียบ เนื่องจากค่ากลางที่ไปคูณน้อยกว่าเงินเดือน     ผู้เขี่ยนได้เขียนด้วยโปรแกรม Excel เพื่อหาค่ากลางของการเลื่อนเงินเดือน เพียงแต่ใส่ประเภทว่าอยู่ในประเภทไหน และเงินเดือนครั้งหลังสุด ก็จะคำนวณค่ากลางออกมาให้
** โปรแกม Excel ในการคิดค่ากลาง =>Down load ได้ที่นี่ **
การจัดทำคำรับรองสำหรับหัวหน้าหน่วยงาน
  แนวคิดในการจัดทำคำรับรองนอกจากจะทำให้การวัดผลการปฏิบัติงานมีความชัดเจนแล้ว  ยังหวังผลในเรื่องของการบริหารกลยุทธ์ (Strategic Management) ด้วย เมื่อวิสัยทัศน์ของกรมฯถูกกำหนด  จะมีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์  ในแผนยุทธศาตร์จะมีเครื่องชี้วัด (KPIs) และ KPIs เหล่านั้นจะถูกกระจายจากระดับกรมฯไปสู่หน่วยงานต่างๆของกรม ที่เรียกว่า KPIs Cascading  จนไปถึง KPI ส่วนบุคคลที่เรียกว่า Personal KPIs   เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานของทุกคนในองค์กรเรียงร้อยถักทอ (Alignment & Integration) เพื่อไปสู่ยุทธศาสตร์ของกรม อันจะนำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ของกรมในที่สุด
    การจัดทำคำรับรองราชการ ได้ทำในระดับหัวหน้าหน่วยงานมาก่อนหน้าประมาณ 2 ปีแล้ว  โดยจัดทำคำรับรองระหว่าง อธิบดี กับ ผอ.ศูนย์ฯ ซึ่งเนื้อหาของคำรับรองจะครอบคลุมในทุกมิติของ PMQA ซึ่งแบ่งได้เป็น
  1. มิติของประสิทธิผล  ประกอบด้วย ประสิทธิของการบรรลุเครื่องชี้วัดของระดับกระทรวง ระดับกลุ่มภารกิจ และระดับกรม(เป้าหมายผลผลิต)
  2. มิติคุณภาพ  ประกอบด้วย ความพังพอใจของผู้รับบริการ  ข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน  และเรื่องไม่ทุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้
  3. มิติประสิทธิภาพ ประกอบด้วย  การใช้งบประมาณทันเวลา  การประหยัดไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง และการควบคุมภายใน
  4. มิติของการพัฒนาองค์กร ประกอบด้วย ระบบข้อมูลข่าวสาร (IM) การจัดการความรู้ (KM) การตอบสนองลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (C/SH)   การบริหารทรัพยากรบุคคล (HRD) และการบริหารกระบวนการสร้างคุณค่า และกระบวนการสนับสนุน
**  รายละเอียดของ การจัดทำคำรับรองตาม กพร. =>Click ที่นี่ **
แบบมอบหมายงาน (การจัดทำคำรับรองในระดับผู้ปฏิบัติ )
           ่ในบริบทของศูนย์เขตนั้น  นอกจากงานตามคำรับรองแล้ว  ยังมีงานอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ใน คำรับรอง และไม่ได้อยู่ใน ประเด็นยุทธศาสตร์ทั้ง 7 เรื่องของกรมฯ   เช่นงานบริการของโรงพยาบาล งานควบคุมมะเร็งเต้านม  เป็นต้น  งานดังกล่าวเรียกว่า งานตามภารกิจ  นอกจากนั้นยังมีงานที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ได้เป็นงานของศูนย์แต่ไม่ได้อยู่ทั้ง งานตามคำรับรอง  งานตามประเด็นยุทธศาสตร์ หรืองานตามภารกิจ  เช่นได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นิเทศร่วมกับทีมผู้ตรวจ   หรือรับผิดชอบเป็นประธานกีฬา หรือเป็นคณะกรรมการต่างๆของศูนย์ เพราะฉะนั้น การจัดทำใบมอบหมายงาน จึงเป็นการจัดส่วนผสมของทั้ง 4 เรื่อง เหมือนเฟืองที่ทำงานประสานกัน ขาดตัวใดตัวหนึ่งงานของศูนย์ก็จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้  โดยส่วนผสมของงานทั้ง 4 ได้แก่

ส่วนผสมของงานที่ได้รับมอบหมาย (Assignment Mix)

  1. งานตามคำรับรองของกรมฯ 
  2. งานตามยุทธศาสตร์ (7 ประเด็นยุทธศาสตร์ของกรม)
  3. งานตามภารกิจ
  4. งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย

 

1.งานตามคำรับรองของกรมฯ
    เมื่อหัวหน้าหน่วยงานไปลงนาม MOU กับอธิบดี  แล้ว   หัวข้อต่างๆหรือเครื่องชี้วัดภายในคำรับรอง จะต้องถูกกระจายไปให้กับ หัวหน้ากลุ่มงาน/ฝ่าย  คณะกรรมการต่างๆ โดย
  1. มิติของประสิทธิผล และมิติประสิทธิภาพ จะถูกกระจายไปยัง หัวหน้ากลุ่มงาน/ฝ่าย
  2. มิติคุณภาพ และมิติการพัฒนาองค์กร ส่วนใหญ่จะกระจายไปยัง ประธานคณะกรรมการต่างๆ ได้แก่ คณะกรรม PMQA, KM , กพว.,คณะกรรมการตรวจสอบภายใน คณะกรรมการองค์กรใสสะอาด
    เมื่อหัวหน้ากลุ่มงาน/ฝ่าย  และประธานคณะกรรมการชุดต่างๆ เมื่อได้รับเครื่องชี้วัดที่ได้รับการกระจายจาก ผอ.ศูนย์ฯแล้ว  ก็จะนำมากระจายให้กับหัวหน้างาน  หรือ กรรมการในคณะกรรมการต่างๆ   โดยหัวหน้ากลุ่มงาน/ ฝ่าย  และหัวหน้างาน นั้น จึงทำหน้าที่ 2 สถานะคือ
  1. สถานะที่เป็นหัวหน้า ที่จะต้องทำหน้าที่ ควบคุมกำกับ /ประเมินผล งานที่ตนรับผิดชอบเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย  ซึ่งความรับผิดชอบในส่วนนี้ คือความรับผิดชอบที่พร้อมจะถูกตรวจสอบจากผู้บังคับบัญชาหรือประชาชน ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Acountability นั่นหมายถึง แม้จะไม่ไดัรับผิดชอบโดยตรง (Responsibility) แต่ถ้างานส่วนนี้ไม่สำเร็จ ก็ต้องร่วมรับผิดชอบ (Accountability)
  2. สถานะที่เป็นผู้ปฏิบัติคนหนึ่ง  หัวหน้าฝ่าย/กลุ่มงาน  หรือ หัวหน้างาน ก็ต้องมีงานประจำที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงเหมือนกัน ความรับผิดชอบส่วนนี้ภาษาอังกฤษจึงใช้คำว่า Responsibility
2.งานตามยุทธศาสตร์
         ประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมอนามัยมีทั้งหมด 7 ประเด็นยุทธศาสตร์  ซึ่งแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์กำหนดเครื่องชี้วัดของแต่ละประเด็นยุทธศาตร์ขึ้น  โดยกำหนดเป็นแผน 3 ปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2556  รายละเอียดเครื่องชี้วัดของแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ ให้ Click ดูได้ที่แต่ละหัวข้อ
  1. ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก
  2. ประเด็นยุทธศาสตร์การลดปัจจัเสี่ยงเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น
  3. ประเด็นยุืทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาโรคอ้วนของคนไทย
  4. ประเด็นยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
  5. ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม
  6. ประเด็นยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำ
  7. ประเด็นยุทธศาสตร์การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
3.งานตามภารกิจ
    ภารกิจของศูนย์อนามัยที่ 4 จะประกอบด้วยภารกิจตามกลุ่มวัย  ตามประเด็นสุขภาพ  ภารกิจบริการ และภารกิจสนับสนุน
  1. ภารกิจ ตามกลุ่มวัย
    1. อนามัยแม่และเด็ก
    2. วัยเรียนและเยาวชน
    3. วัยทำงาน
    4. วัยสูงอายุ
    5. ทันตสาธารณสุข
  2. ภารกิจตามประเด็นสุขภาพ หรือ Setting
    1. โภชนาการ
    2. ออกกำลังกาย
    3. อนามัยสิ่งแวดล้อม
    4. กฎหมายสาธารณสุข
    5. ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
    6. พฤติกรรมสุขภาพ และ ท้องถิ่น
  3. ภารกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ
  4. ภารกิจสนับสนุน
    1. สนับสนุนวิชาการ (วางแผน ประเมินผล และบริหารยุทธศาสตร์)
    2. ภารกิจอำนวยการ และบริหารจัดการ
4.งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย
   นอกเหนือจากงานตามคำรับรอง  งานตามประเด็นยุทธศาสตร์ งานตามภารกิจแล้ว  ยังมีงานอื่นๆที่ได้รับมอยหมาย  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มงาน/ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ  จึงต้องดำเนินการแบบคร่อมสายงาน (Cross Functional Management) เืพื่อบูรณาการกระบวนการต่างๆ (Process Management)  ส่วนใหญ่มักจะดำเนินการในรูปของคณะกรรมการต่างๆ ได้แก่
  1. คณะกรรมการ PMQA
  2. คณะกรรมการ KM
  3. คณะกรรมการ องค์กรใสสะอาด
  4. คณะกรรมการ ตรวจสอบภายใน
  5. คณะกรรมการจริยธรรม
  6. คณะกรรมการ ข้อมูลข่าวสาร
  7. คณะกรรมการ ลดโลกร้อน (Clean and Green Hospital)
  8. คณะกรรมการ อื่นๆ เช่น คณะกรรมการกีฬา เป็นต้น
สมรรถนะ (Competency)
      สมรรถนะ (Competency) เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่จะทำการประเมิน  โดยหัวข้อสมรรถนะที่จะทำการประเมิน มี 5 หัวข้อ ได้แก่
  1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์
  2. บริการที่ดี
  3. การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ
  4. การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม
  5. การทำงานเป็นทีม
    ในแต่ละสมรรถนะ จะมีการเขียนพฤติกรรมบ่งชี้เพื่อที่จะทำการประเมินว่าอยู่ในระดับใด ซึ่งเรียกว่า Competency Level  ซึ่งทางกรมฯจะกำหนดระดับที่คาดหวัง และจะประกาศให้บุคลากรทุกคนทราบ  ซึ่งกรมฯได้ประกาศระดับความคาดหวัง ไว้ดังนี้
  1. ระดับปฏิบัติการ  Competency Level ที่คาดหวังคือ Level 1
  2. ระดับชำนาญการ  Competency Level ที่คาดหวังคือ Level 2
  3. ระดับชำนาญการพิเศษ  Competency Level ที่คาดหวังคือ Level 3
  4. ระดับเชี่ยวชาญ  Competency Level ที่คาดหวังคือ Level 4
  5. ระดับทรงคุณวุฒิ  Competency Level ที่คาดหวังคือ Level 5
แนวทางการเขียนแบบมอบหมายงาน สำหรับระดับหัวหน้่ากลุ่มงาน/ฝ่าย 
  1. ศึกษาคำรับรองปฏิบัติราชการของหัวหน้าหน่วยงาน (ผอ.ศูนย์ฯ) แล้วดึงหัวข้อ หรือเครื่องชี้วัดที่เกี่ยวกับกลุ่มงาน/ฝ่าย ที่ตนเป็นหัวหน้ากลุ่มงาน/ฝ่าย  มาเป็นหัวข้อหรือเครื่องชี้วัดที่ตนจะต้องนำมามอบหมายให้กับหัวหน้างานที่เกี่ยวข้อง แม้จะทำการมอบหมายให้กับหัวหน้างานแล้ว หาใช่่หมดความรับผิดชอบในหัวข้อ/เครื่องชี้วัดนั้น  แต่ยังมีความรับผิดชอบในการควบคุมกำกับให้หัวข้อ/เครื่องชี้วัด ของกลุ่มงาน/ฝ่าย ให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด
  2. ศึกษาประเด็นยุทธศาสตร์ของกรม แล้วดึงหัวข้อ หรือเครื่องชี้วัดในปีงบประมาณปัจจุบันที่เกี่ยวกับกลุ่มงาน/ฝ่าย ที่ตนเป็นหัวหน้ากลุ่มงาน/ฝ่าย  มาเป็นหัวข้อหรือเครื่องชี้วัดที่ตนจะต้องนำมามอบหมายให้กับหัวหน้างานที่เกี่ยวข้อง แม้จะทำการมอบหมายให้กับหัวหน้างานแล้ว หาใช่่หมดความรับผิดชอบในหัวข้อ/เครื่องชี้วัดนั้น  แต่ยังมีความรับผิดชอบในการควบคุมกำกับให้หัวข้อ/เครื่องชี้วัด ของกลุ่มงาน/ฝ่าย ให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด
  3. พิจารณาว่า มีงานตามภารกิจ ที่เป็นหน้าที่โดยตรงในปีงบประมาณนั้น เพื่อนำมาเขียนในใบมอบหมายงาน  พร้อมทั้งระบุ เป้าหมายความสำเร็จ โดยพิจารณาใน 4 ประเด็นหลัก คือ ด้านปริมาณ ด้านคุณภาพ ด้านความคุ้มค่า และด้านการทันเวลา
  4. พิจารณาว่ามีงานที่ได้รับมอบหมายอื่นๆ หรือไม่  เพื่อจะนำมาเขียนในใบมอบหมายงาน
  5. นำหัวข้อจากข้อที่ 1-4 มาเขียนใบมอบหมายงานตามแบบฟอร์มที่ 4  งานที่เขียนในแบบฟอร์มที่ 4 นั้น เป็นการเขียนที่ครอบคลุมงานของทั้งปีงบประมาณนั้น  พร้อมทั้งกำหนดส่วนผสมของทั้ง 4 หัวข้อได้แก่ งานตามคำรับรองของกรม งานตามยุทธศาสตร์กรม  งานตามภารกิจ และงานที่ได้รับมอบหมาย ว่าจะให้น้ำหนักแต่ละหัวข้อเท่าไร
  6. นำหัวข้อที่จะดำเนินการในรอบครึ่งปีงบประมาณนั้น มาเขียนแบบประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานตามแบบฟอร์มที่ 2
  7. นำหัวข้อของ Competency มาเขียนในแบบฟอร๋มที่ 2 พร้อมระบุ Competency Level ที่คาดหวัง
หมายเหตุ  
  1. ถ้าเป็นของประธานคณะกรรมการต่างๆ  ก็เขียนในทำนองเดียวกัน
  2. ถ้าเป็นหัวหน้างาน  ก็เขียนทำนองเดียวกับหัวหน้ากลุ่มงาน/ฝ่าย  แต่ขอบเขตเฉพาะงานที่ตนเป็นหัวหน้าเท่านั้น
แนวทางการเขียนใบมอมหมายงาน สำหรับระดับปฎิบัติ
  1. นำหัวข้อ/เครื่องชี้วัดที่ได้รับมอบหมาย มาเขียนในแบบฟอร์มที่ 4 และ 2 โดยเขียนให้ครอบคลุมทั้ง 4 เรื่องได้แก่ งานตามคำรับรองของกรม  งานตามยุทธศาสตร์กรม งานตามภารกิจ และงานที่ได้รับมอบหมาย
  2. ปรึกษาหารือกับหน้างาน/กลุ่มงาน เพื่อกำหนดค่าเป้าหมาย และส่วนผสมของของทั้ง 4 หัวข้อว่าจะให้น้ำหนักเท่าไร
  3. นำหัวข้อของ competency มาเขียนในแบบฟอร์มที่ 2

เอกสารอ้างอิง
  1. ตัวอย่างการเขียนตามแบบฟอร์มที่ 4
  2. ตัวอย่างการเขียนตามแบบฟอร์มที่ 2
  3. ตัวอย่างการเขียน competency ตามแบบฟอร์มที่ 3
  4. ตัวอย่างการเขียนตามแบบฟอร์มที่ 1
  5. แบบประเมิน competency และพฤติกรรมบ่งชี้ของแต่ละ Competency